สถาปนิกหนุ่มขี่บิ๊กไบค์ชนป้ายบอกทาง มือขาด-ดับคาที่

555555555555

สถาปนิกหนุ่มบริษัทวางระบบไฟฟ้าให้โรงงานเครื่องปั๊มไดคัทชื่อดัง ขี่บิ๊กไบค์เสียหลักชนป้ายบอกทาง มือขาด-ดับคาที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (28 ธ.ค.) เมื่อเวลา 00.20 น. สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถจยย.ชนขอบทางมีผู้เสียชีวิต บนสะพานพระราม 4 หมู่ 5 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แบะเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บนสะพานขาออก มุ่งหน้าถนนแจ้งวัฒนะ พบรถจยย.ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นเวอร์ซีส 650 สีดำ ทะเบียน 1กน4551 กทม. ล้มอยู่ในช่องจราจรซ้ายสุด สภาพด้านหน้าพังยับ ห่างกันประมาณ 800 เมตร พบผู้เสียชีวิตสวมเสื้อเชิตสีขาว สวมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ สวมกางเกงยีนส์ขายาว สภาพข้อมือขวาขาด ขาทั้ง 2 ข้างหัก ศีรษะแตก ซีกโครงขวาหัก ทราบชื่อคือ นายนฤพันธ์ อายุ 33 ปี เป็นสถาปนิกบริษัทออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ใกล้กันพบหมวกกันน็อคแบบเต็มใบสีดำ-ส้ม

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเป็นถนนช่วงทางโค้งเหนือ รพ.วิภาราม ในที่เกิดเหตุมีร่องรอยการชนเสาไฟฟ้ายุบ ขอบทางปูนแตก และป้ายบอกทางเหนือขอบปูนหักเสียหาย คาดว่าน่าจะเสียหลักหลุดโค้งจนชนเข้ากับเสาไฟฟ้าดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บรวมรวมหลักฐาน จากนั้นได้มอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โดยหลังจากนี้จะทำการประสานญาติเข้าให้ข้อมูลและรับศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

เผาศพทั้งน้ำตา หนุ่มจ่ายทิปมากกว่า แฟนสาวช้ำแผนวิวาห์สลาย

เผาศพทั้งน้ำตา หนุ่มจ่ายทิปมากกว่า แฟนสาวช้ำแผนวิวาห์สลาย

พ่อแม่เผาศพทั้งน้ำตา หนุ่มถูกขวดตีดับเพราะจ่ายทิปมากกว่าคนข้างๆ แฟนสาวเผยวางแผนแต่งงาน แต่มาจบชีวิตเพราะความเลือดร้อน ตร.เร่งสรุปสำนวนส่งอัยการคาดไม่เกินเดือนนี้

(15 ธ.ค.) ความคืบหน้ากรณีที่ นายปราโมทย์ อายุ 34 ปี หนุ่มเซลขายกล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุเลือดร้อน ใช้ขวดตีศรีษะ นายชาคริต อายุ 27 ปี หนุ่มช่างภาพอิสระ เสียชีวิตในร้านอาหารชื่อดังในเขต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เมื่อคืนวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา สาเหตุเพียงเพราะไม่พอใจที่ผู้ตายจ่ายทิปพนักงานนวดในห้องน้ำแทน เนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่มีเงินแบงค์ย่อย

ล่าสุดทางครอบครัวได้ประกอบพิธีฌาปนกิจศพ นายชาคริต แล้วที่วัดกลางพระอารามหลวง ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว ญาติ เพื่อนที่เคยศึกษาด้วยกัน และเพื่อนร่วมวิชาชีพที่มาร่วมงานศพจำนวนมาก โดยเฉพาะพ่อและแม่ของนายชาคริต ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งที่ลูกชายแสดงความหวังดี แต่กลับถูกกระทำด้วยความรุนแรงจนยากที่จะรับได้

ทั้งนี้ภายในงานยังมี นายดำรงชัย เนรมิตพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด, พ.ต.อ.บัณฑิต อ่อนสาคร ผู้กำกับการ สภ.เมืองฯ ข้าราชการ และผู้ที่รู้จักคุ้นเคยมาร่วมพิธีฌาปนกิจศพ แสดงความไว้อาลัยเป็นจำนวนมากด้วย

ส่วนความคืบหน้าเรื่องคดี ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้เรียกเพื่อนผู้ตาย เจ้าของร้านที่เกิดเหตุ รวมถึงพยานแวดล้อมมาสอบปากคำครบทุกปากแล้ว ขณะนี้รอผลตรวจลายนิ้วมือ และสอบประวัติผู้ต้องหาว่าเคยกระทำผิดหรือต้องคดีหรือไม่ เพื่อเร่งสรุปสำนวนส่งอัยการให้ทันภายในเดือนนี้

ขณะที่แฟนสาวของผู้ตายก็เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ได้คบหากับนายชาคริต มาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ตลอดเวลาที่คบกันนายชาคริตก็ดูแลตนเองเป็นอย่างดี ไม่เคยทำอะไรให้เสียใจเลย ก่อนหน้านี้นายชาคริตก็เคยบอกกับตนว่าตอนนี้กำลังเร่งทำงานเพื่อเก็บเงินไว้ขอตนแต่งงาน

แต่ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับแฟนของตัวเองที่กำลังจะสร้างฐานะด้วยกัน เพียงเพราะความเลือดร้อนไร้เหตุผลของคนๆ หนึ่ง แต่กลับทำลายอนาคตและความหวังของอีกคน จึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับแฟนของตัวเองด้วย

ด้าน นายวิเศษ อาเขยของผู้ตาย บอกว่า หลังเสร็จงานฌาปนกิจศพของหลานก็ได้ปรึกษากับครอบครัวว่า จะไปขอดูสำนวนกับพนักงานสอบสวน เพราะยังติดใจกับการที่ให้ผู้ก่อเหตุประกันตัวเร็วเกินไป ทั้งติดใจกับคำให้การของผู้ต้องหาว่าไม่ได้เจตนาฆ่าหลาน ซึ่งขัดแย้งกับพฤติการณ์หรือการกระทำโดยสิ้นเชิง จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมอยากวิงวอนให้ผู้รักษากฎหมายได้ทำคดีอย่างเป็นธรรม และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด

จับตาย 2 ศพ แหกด่านยะลา-ปัตตานีระทึก! กู้รถจยย.บอมบ์

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-6

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จับตาย 2 ศพ แหกด่านยะลา

ปัตตานีกู้ระทึก รถจยย.บอมบ์

จนท.ปะทะเดือด วิสามัญฯ 2 คนร้าย บึ่งจยย.แหกด่านตรวจที่รามัน ยะลา หลังชาวบ้าน แจ้งเบาะแสว่าพบคนต้องสงสัยวนเวียนในพื้นที่แถวโรงงานผลิตกล่องพัสดุไปรษณีย์ ตรวจประวัติพบมีหมายจับคดีฆ่าและพยายามฆ่ารวมกันกว่า 10 คดี ส่วนที่อ.เมืองยะลา คนร้ายรัวเอ็ม 16 ถล่มรถปิกอัพชาวบ้านดับ 1 สาหัส 1 ที่ตากใบก็กู้ระทึกระเบิดถังแก๊สหนัก 25 กิโลกรัม หลังชาวบ้านไปพบทิ้งอยู่ริมทาง แม่ทัพ 4 ขอบคุณชาวบ้านที่ช่วยสอดส่องจนป้องกันเหตุรุนแรงได้หลายครั้ง

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 พ.ย. พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผบ.ฉก.ทพ.41 พร้อมพ.อ. อิศรา จันทะกระยอม ผบ.ฉก.ทพ.45 นำทหารพรานในสังกัดสนธิกำลัง หน่วยรวบรวมพิเศษ ข่าวกรองทางทหาร (ขกท.) ส่วนหน้า อส.ชุกคุ้มครองตำบลเกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา เข้าตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยและตั้งด่านตรวจสกัดในพื้นที่บ้านแอแกง ม.5 ต.เกะรอ หลังมีชาวบ้านแจ้งว่า พบกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ดังกล่าว

ต่อมามีชายต้องสงสัย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านด่านตรวจแสดงท่าทางมีพิรุธ เมื่อเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณให้จอดขอตรวจสอบ ชายต้องสงสัยทั้งคู่กลับขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าด่าน พร้อมใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่เปิดทางหลบหนีจึงเกิดการปะทะกัน สุดท้ายชายต้องสงสัยดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรม เสียชีวิตทั้งคู่ในที่เกิดเหตุพร้อมอาวุธปืน 2 กระบอก

ตรวจสอบผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายมะซูปิยัน ยะกูมอ ผู้ต้องหาตามหมายจับรวม 6 หมาย ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ในท้องที่ สภ.รือเสาะ และสภ.ระแงะ จ.นราธิวาส และนายบูคอรี หะมะ ผู้ต้องหาตามหมายจับรวม 6 หมาย ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ในท้องที่ สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี และสภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนร้ายทั้งคู่เข้ามาในพื้นที่หวังเตรียมการก่อเหตุร้าย แต่โชคดีที่ชาวบ้านในพื้นที่แจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและเกิดการยิงปะทะกัน จนคนร้ายเสียชีวิตดังกล่าว

วันเดียวกันสภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบยิงชาวบ้าน บริเวณข้างมัสยิด ม.5 ต.ลิดล มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ 2 ราย จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมพ.ต.อ.กฤษฏา แก้วจันทร์ดี รรท.ผบก.ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน 10 กำลังตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง

 

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิซิ สีดำ รุ่น สตราด้า ป้ายทะเบียนทะเบียน บฉ 6078 ยะลา จอดอยู่บริเวณด้านหน้ารถมีรอยกระสุนนับ 10 รู ใกล้กันพบศพนายอาซิ สามะ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ม.5 ต.ลิดล อ.เมือง จ.ยะลา สภาพถูกยิงหลายนัด ส่วนผู้บาดเจ็บที่ชื่อนายฮานานัน อุเซ็ง อายุ 29 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่งรักษาที่ร.พ.ยะลา ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนอาวุธปืนเอ็ม 16 และปลอกกระสุนปืน 9 ม.ม. ตกอยู่เป็นจำนวนมาก

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายอาซิกับนายฮานานันขับรถจากบ้านพักเพื่อไปทำธุระ เมื่อถึงที่เกิดเหตุเส้นทางแคบและเป็นที่โค้ง มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนยืนซุ่มข้างเสาไฟฟ้า ใช้อาวุธปืนยิงใส่ทันทีเป็นเหตุให้ทั้งคู่เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายยังขโมยปืนพกขนาด 9 ม.ม. ของผู้ตายหลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นสังหารไว้ที่ความขัดแย้งส่วนตัว กับฝีมือกลุ่มก่อเหตุไม่สงบสร้างสถานการณ์รุนแรงรายวัน

ส่วนที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส พ.ต.อ. พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.ตากใบ รับแจ้งจากชาวบ้านพบระเบิดแสวงเครื่องบริเวณริมคูระบายน้ำในพื้นที่บ้านตะเหลี่ยง ม.4 ต.เกาะสะท้อน จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมร.ต.ท.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่รีบปิดกั้นพื้นที่ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้บริเวณ พร้อมเปิดเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือและวิทยุสื่อสาร ก่อนเข้าตรวจสอบ

พบระเบิดดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหนัก 25 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายระเบิดด้วยความระมัดระวังออกจากจุดที่พบประมาณ 20 เมตร วางในหลุมลึกที่ขุดไว้ ก่อนใช้เครื่องแรงดันน้ำพลังสูงในการยิงทำลายเป็นผลสำเร็จ คาดกลุ่มคนร้ายนำระเบิดมาวางไว้ เพื่อเตรียมที่จะเคลื่อนย้ายลอบนำไปวางไว้ริมถนนใกล้จุดเกิดเหตุ เพื่อจุดชนวนดักสังหารเจ้าหน้าที่ แต่โชคดีที่ชาวบ้านพบเห็นเสียก่อนและแจ้งเจ้าหน้าที่มาเก็บกู้เอาไว้ได้ ก่อนที่จะเกิดความสูญเสียต่อชีวิต

วันเดียวกันที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ชาวบ้านแจ้งว่าพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย เนื่องจากไม่ใช่รถในพื้นที่จอดทิ้งไว้ข้างถนนทางไปบ้านกะลาพอ ห่างจากร.ร.บ้านสือดัง ม.4 อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ประมาณ 200 เมตร เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีเทา-ดำ ป้ายทะเบียน กวบ 488 ยะลา

เบื้องต้นพบว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอม โดยหมายเลขทะเบียนที่แท้จริงคือ กยน 134 ยะลา ที่เจ้าของแจ้งหายกับ สภ.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2554 เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดจึงปิดกั้นพื้นที่ พร้อมเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด พบระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็กใต้เบาะรถจักรยานยนต์โบกทับด้วยปูนซีเมนต์ จุดระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร มีเหล็กเส้นขนาดสองหุน ตัดเป็นท่อน เพื่อใช้เป็นสะเก็ดระเบิด มีแบตเตอรี่ ดินขยายการระเบิดและเชื้อปะทุไฟฟ้าดัดแปลงทำจากปากกาไวตืบอร์ด สภาพพร้อมใช้งาน จึงเก็บกู้ไว้ได้อย่างปลอดภัย

พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ชื่นชมความร่วมมือของพี่น้องประชาชนในการร่วมกันเป็นหูเป็นตาสังเกตรถต้องสงสัยและแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่นำมาสู่การพิสูจน์ทราบ เก็บกู้และควบคุมความเสียหายได้ ในห้วงที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนเกิดความเบื่อหน่ายในความรุนแรงและต้องการความสงบสุข จึงหันมาให้ความร่วมมือกับทางราชการโดยลำดับ จนนำสู่การแจ้งเหตุต้องสงสัยหรือรถต้องสงสัย จึงเก็บกู้ได้ในหลายเหตุการณ์

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการร่วมสังเกตวัตถุต้องสงสัย รถต้องสงสัยหรือบุคคลต้องสงสัยแจ้งมาได้ที่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 หรือหน่วยความมั่นคงใกล้บ้านท่าน เพื่อจะได้ร่วมกันสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างถาวรจากความร่วมมือของทุกคน

แม่ช็อก พระวัดดังแชทล่อลวงลูกสาวม.1 ล่วงละเมิดทางเพศ

ahr0cdovl3blms5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqymc8ymta0mdaylzeylmpwzw

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (18 พ.ย.) เมื่อเวลา 22.30 น. ที่ สภ.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี นางน้อย นามสมมุติ อายุ 47 ปี อาชีพ ขายกล่องพัสดุ ได้นำตัว ด.ญ.เอ นามสมมุติ บุตรสาว อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนดังย่านเมืองนนทบุรี ซึ่งเป็นเด็กมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือ โรค LD เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สุพัฒน์ สระปะโคน ร้อยเวร สภ.บางศรีเมือง เพื่อทำเอกสารส่งตัว ด.ญ.เอ ตรวจร่างกาย

หลังนางน้อยได้เดินทางเข้าแจ้งความว่าลูกสาวถูก นายสุรีย์ หรือ บอล ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 35 ปี สัญชาติกัมพูชา พระลูกวัดแห่งหนึ่ง ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้ทำการพรากผู้เยาว์และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 พ.ย.59 เวลาประมาณ 11.00 น.

จากการสอบถาม ด.ญ.เอ นามสมมุติ ทราบว่ารู้จักกับพระบอลตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 59 เนื่องจากวัดอยู่ใกล้กับบ้านพักและ ด.ญ.เอ ได้ตามคุณตาไปทำบุญที่วัดดังกล่าว หลังจากนั้นพระได้เขียน จม.มาหาและนัดพบกันที่ภายในวัด จากนั้นพระบอลได้ซื้อโทรศัพท์มือถือและสิ่งของอื่นๆ ให้ จึงได้มีการติดต่อพูดคุยกันทางโปรแกรมแชท

โดยพระบอลส่งข้อความมีการนัดให้มาหาที่วัดบ่อยครั้ง แต่ละครั้งให้เข้าไปในที่ลับตาเช่นข้างหลังวัด ห้องน้ำวัด มีการจับมือ หอมแก้ม จับอวัยวะเพศจนถึงขั้นมีความสัมพันธ์กัน ตลอดเวลาที่รู้จักกันมีความสัมพันธ์ทางเพศหลายครั้ง จนกระทั่งแม่และน้าสาวทราบเรื่องจึงได้มาแชทคุยกับพระบอลเอง จนพระบอลสงสัยและต่อว่าด.ญ.เอว่านิสัยเปลี่ยนไป เพราะคิดว่าเป็นด.ญ.เอเป็นคนแชทคุย

นางน้อย มารดา เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า มาแจ้งความคดีกระทำชำเราเด็ก คู่กรณีเป็นพระภิกษุเพราะวัดกับบ้านอยู่ไม่ไกลกัน ลูกสาวตามคุณตาไปสวดมนต์และทำบุญที่วัด จะไปบ่อยครั้งหลังจากที่คุณยายเสียตั้งแต่เดือนมิถุนายน ตาไม่รู้ว่าหลานไปเจอกับพระและมีการพูดคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้อีกทีเพราะโทรศัพท์มีข้อความแชทและการโทรที่เกินกำหนดที่ตั้งไว้ จึงสงสัยและได้ถามลูกบอกว่าคนที่คุยด้วยเป็นเพื่อน

จนในที่สุดเดือนตุลาคม วันที่ 23 พบข้อความที่หยาบคายในแชทและมีหน้าคนที่เหมือนใส่วิก จึงได้ไปให้อาจารย์ที่โรงเรียนช่วยดูเพราะครูแจ้งว่าเด็กเริ่มมีแฟนแล้ว จากนั้นได้ช่วยกันสืบและติดตามข้อมูล จนพบเด็กที่อาศัยอยู่ที่วัดบอกว่าคนในรูปเป็นพระที่วัด ชื่อบอล จากนั้นได้เอารูปพระจากงานศพยายให้ลูกดู ลูกก็ยอมรับว่าเป็นภาพนายบอลจริง

ตนจึงได้ตักเตือนลูกสาวแต่ลูกสาวมีอาการต่อต้านไม่ฟัง ตนเครียดมาก ไม่ได้ปล่อยลูกดูแลตลอดไม่คิดว่าระยะเวลาสั้นๆกับความไว้ใจจะเกิดสิ่งไม่ดีต่อลูก ไม่คิดว่าการกระทำขอพระในวัดจะทำสิ่งชั่วร้ายออกมา ตนไม่รู้จะพึ่งใครแล้วจริงๆ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บรวบรวมหลักฐานพร้อมทั้งสอบปากคำนางน้อย พร้อมทั้งส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย โดยหลังจากนี้จะทำการสอบสวนผู้เสียหายพร้อมสหวิชาชีพต่อหน้าอัยการอีกครั้งเนื่องจากเป็นเยาวชน หลังจากนี้จะทำการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปชช.2,000ทยอยเดินทางมายังอุทยานฯกุยบุรี

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqymc8ymtaxmtqylzc0mzi5mi0wms5qcgc

ประชาชน 2,000 คน ทยอยเดินทางมายังอุทยานฯ กุยบุรี บางส่วนน้อยใจหลังทราบข่าว จนท. ไม่อนุญาตให้ชมพิธี

นายบุญรอด เขียวเพชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำงานร่วมกันเจ้าหน้าที่โรงงานผลิตกล่องไปรษณีย์ เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ขณะนี้ประชาชนยังทยอยเดินทางเข้ามาภายในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี อย่างต่อเนื่อง คาดว่าล่าสุดน่าจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 2,000 คนแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ยังคงคอยดูแลอำนวยความสะดวก บริการอาหาร เครื่องดื่มและที่จอดรถกับพสกนิกรที่ต้องการเข้ามาเยี่ยมชมต้นไม้จันทน์หอม ซึ่งทางสำนักพระราชวัง จะนำไปใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยทุกคนต่างมาด้วยใจที่อยากจะอยู่ใกล้ชิดกับสิ่งที่จะนำไปใช้ในพระราชพิธีของพระองค์ท่าน แต่ก็พบว่ามีบางส่วนน้อยใจเมื่อทราบว่าหากถึงเวลาประกอบพิธีจริง ในช่วง 14.09 – 14.39 น. เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปร่วมชมพิธีด้วยเพราะเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวาย

อย่างไรก็ตาม คาดว่าคณะผู้บริหารชั้นผู้ใหญ่ น่าจะเดินทางมาถึงยังบริเวณประกอบพิธีในเวลาประมาณ 14.00 น. และ จะมีประชาชนเดินทางมาอีกอย่างไม่ขาดสาย

ปทุมธานีกวนข้าวทิพย์ถวายเป็นพระราชกุศล

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqxos8ymdk2njaylzc0mtuwni0wms5qcgc

จ.ปทุมธานี ปชช. ร่วมกวนข้าวทิพย์ถวายเป็นพระราชกุศลในหลวงร.9 ที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม พร้อมทั้งส่งบางส่วนทางกล่องไปรษณีย์ให้ผู้บริจาครายใหญ่ที่ใช้การช่วยเหลือในครั้งนี้

ประชาชนพร้อมใจพร้อมใจสืบสานประเพณีกวนข้าวทิพย์ ร่วมบุญจุลกฐิน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยประชาชนที่มาร่วมบุญพิธีกวนข้าวทิพย์จำนวน 9 กระทะ ตามแบบพิธีโบราณ นับเป็นพิธีกรรมอันเป็นมงคลแก่ชีวิต เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และจะนำไปบรรจุถ้วยขนาดเล็กเพื่อแจกให้กับประชาชนที่มาร่วมงานบุญจุลกฐิน ในวันที่ 6 พ.ย. 59 ที่จะถึงนี้

นางสมดี หงส์ไพศาลวิวัชฒน์ อายุ 65 ปี อาจารย์เกษียณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ประเพณีกวนข้าวทิพย์ หรือ ข้าวมธุปายาสที่ นางสุชาดา นำไปถวายพระพุทธเจ้าในวันตรัสรู้ เป็นประเพณีที่สร้างความสามัคคีในกลุ่มชนในอันที่จะร่วมกันนำเอาวัสดุข้าวของต่าง ๆ มาร่วมทำบุญ เมื่อเสร็จและถวายเป็นพุทธบูชา ก็แบ่งปันกันไปรับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยวัตถุที่กวน ได้แก่ น้ำนมโคสด น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ชะเอมเทศ น้ำตาลกรวด น้ำตาลหม้อ ข้าวตอก ข้าวเม่า ธัญพืชต่าง ๆ ที่คั่วสุก ถั่ว งา ลูกเดือย เมล็ดแตง เผือกมัน เมล็ดบัว มะพร้าวแก่ มะพร้าวอ่อน ผลไม้สด ผลไม้แห้ง เช่น มะม่วง กล้วย ทุเรียน ละมุด ลำไย ส้ม ขนุน เท่าที่จะหาได้หรือปรับปรุงให้มีรสชาติ หอมหวานอร่อย โดยประชาชนที่มาร่วมกวนข้าวทิพท์ในครั้งนี้ต่างตั้งใจกวนด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพื่อที่จะถวายเป็นพระราชกุศลในหลวงรัชกาลที่ 9 พระผู้สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์

สืบจากเฟซบุ๊ก!! สส.บก.น.2จับคดีค้างเก่า-แก๊งทุบกระจกรถตำรวจเชียงราย

ร่วมนำกำลังเข้าจับกุมนายชัยวัฒน์ ปรางมาศ หรือ “โหน่ง รามคำแหง” อายุ 24 ปี อดีตพนักงานโรงงานขายกล่องกระดาษกล่องไปรษณีย์ ราคาถูก อยู่บ้านเลขที่ 404/26 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่จ.1139/2559 ลงวันที่ 19 ต.ค.2559 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นนั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมและทำให้เสียทรัพย์

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 27 ต.ค. พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.สส.บก.น.2 พร้อมด้วยพ.ต.ท.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ธนากร อ่อนทองคำ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.กิตติ์ ยังมี สว.สส.บก.น.2 และเจ้าหน้าที่กก.สส.บก.น.2 และกก.สส.3 บก.สส.บช.น.

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าสมาคมศูนย์กีฬาศิวนารถ เลขที่ 148/8 หมู่ 4 ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ต.ค. คนร้ายก่อเหตุทุบกระจกรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ของพ.ต.ท.เกรียงไกร อาริยะยิ่ง รอง ผกก.ตม.จ.เชียงราย โดยจอดไว้บริเวณลานจอดรถหลังร้านอินทนนท์ ถ.สุขาภิบาล 5 ซอย 26 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ซึ่งทราบภายหลังว่ามีทรัพย์สินสูญหายหลายรายการ ประกอบด้วย พระเลี่ยมทองหายากกว่า 30 องค์, เงินสด 1.5 แสนบาท, นาฬิกาโรเล็กซ์ 1 เรือน รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 2 ราย ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียนเป็นยานพาหนะ ก่อนนำภาพวงจรปิดประชาสัมพันธ์ทางเพจเฟซบุ๊ก “สืบสวนนครบาล 2” ทำให้ทราบเบาะแสมากยิ่งขึ้น กระทั่งทราบว่านายชัยวัฒน์ เป็นหนึ่งในคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ และหลบหนีซ่อนตัวอยู่ที่ จ.นครนายก จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

สอบสวนนายชัยวัฒน์รับสารภาพว่า ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่ง ก่อนมารวมกลุ่มกับเพื่อน 5 คน ตั้งชื่อแก๊งว่า “JAKHOO” พากันออกตระเวนลักทรัพย์ โดยแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนและเลือกรถที่เจ้าของจอดทิ้งไว้แล้วลงไปรับประทานอาหารตามร้านต่างๆที่ไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยดูแลซึ่งทำมาแล้ว 5-6 ครั้ง ประกอบด้วย ย่านสายไหม บางเขน คันนายาว และหัวหมาก ได้ทรัพย์สินจะนำมาแบ่งกันก่อนเอาเงินไปเที่ยวเตร่ และซื้อยาเสพติดมาเสพ

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนลงมือกับนายกบ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุล) ซึ่งตนเป็นคนขับ ส่วนนายกบ เป็นคนใช้ไขควงงัดกระจกรถ เมื่อได้ทรัพย์สินก็พากันหลบหนี กระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามทรัพย์สินของผู้เสียหาย ก่อนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สลดใจ!หนุ่มไร่อ้อยขาดทุนหลายแสน เมียก็หอบลูกหนีเลยผูกคอดับกับขื่อบ้านร่างห้อยโต่งเต่ง

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 20 ต.ค. พ.ต.ท.ศักดิ์ดา จริญภิญโญ พนักงานสอบสวน สภ.สระโบสถ์ อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุราชพฤกษ์สระโบสถ์ ว่ามีผู้ผูกคอตายในบ้านพักของตัวเองที่ หมู่ที่ 5 แถวโรงงานผลิตกล่องไปรษณีย์ราคาถูก ต.สระโบสถ์ พนักงานสอบสวนจึงได้รายงานให้กับ พ.ต.อ.วรวุฒิ ปานขาว ผกก.สภ.สระโบสถ์ แพทย์เวรจาก รพ.สระโบสถ์ อาสาหน่วยกู้ภัยราชพฤกษ์ในสังกัดสมาคมกำภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ

ที่บริเวณชั้นสองของบ้านพบศพนายสมเกียรติ ใจเฉื่อย อายุ 50 ปี สภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีน้ำเงิน ใช้สายไฟฟ้าผูกคอตัวเองกับขื่อบ้าน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 ชั่วโมง

จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายมีอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง มีฐานะดีคนหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งมาระยะหลังได้เพิ่มการลงทุน แต่ผลผลิตไม่คุ้มค่าการลงทุน จึงหันมาดื่มสุราด้วยความกลุ้มใจ จนมีเรื่องทะเลาะกับเมียและลูกเป็นประจำ จนเมียทนไม่ไหวต้องหอบลูกหนีไปอยู่ที่อื่น ทำให้นายสมเกียรติคิดมากตัดสินใจผูกคอตาย ทิ้งเมียและลูกไปด้วยความสลดใจ พนักงานสอบสวนได้ให้กู้ภัยฯ นำร่างส่งพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งที่รพ. ก่อนที่จะได้มอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

สลด!ชายโดดลานจอดรถห้างย่านรัชโยธินดับ

สลด!ชายโดดลานจอดรถห้างย่านรัชโยธินดับ

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

สลด! ชายกระโดดลานจอดรถชั้น 7 ห้างย่านรัชโยธินดับ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ

เกิดเหตุประชาชนพลัดตกจากที่สูงเสียชีวิต บริเวณด้านหลังห้างย่านรัชโยธิน ถนนพหลโยธิน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน อาสาร่วมด้วยช่วยกัน รุดที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย พลัดตกลงมาจากชั้นที่ 7 อาคารจอดรถด้านหลังของห้างฝั่งตรงข้ามร้านขายเจลว่านหางจระเข้ เสียชีวิตคาที่

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอแพทย์นิติเวชชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบที่เกิดเหตุ ด้านรายละเอียดเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ

ทางด้าน พ.ต.อ.ณรัช มูลศาสตรสาทร ผู้กำกับการ สน.พหลโยธิน รับแจ้งเกิดเหตุ ชายพลัดตกจากอาคารจอดรถของห้างสรรพสินค้า ชื่อดังแห่งหนึ่ง ใกล้แยกรัชโยธิน โดยจุดเกิดเหตุ อยู่บริเวณด้านหลังอาคารจอดรถ ที่มีความสูง 10 ชั้น พบผู้เสียชีวิต เป็นชาย ทราบชื่อคือ นายชยุต ยลแย้ม อายุประมาณ 30 ปี สภาพนอนคว่ำหน้า เจ้าหน้าที่ของทางห้างฯ ได้นำผ้าห่มมาปิดคลุมร่างไว้ เห็นเพียง สวมกางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบสีดำ พบว่ากระดูกแขน ขาผิดรูป

จากนั้น เจ้าหน้าที่ของทางห้างได้นำผ้าใบสีฟ้า ความสูงประมาณ 2 เมตร มาปิดกั้นพื้นที่ไว้ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชน เข้าไปบันทึกภาพด้านใน พร้อมกับสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ในอาคารทุกชั้น ไปบล็อกลานจอกรถทุกชั้น เพื่อไม่ให้มีใครเข้าไปถ่ายภาพจากด้านบน ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่า ผู้ตายจอดรถไว้ที่บริเวณชั้น 7 ก่อนจะตัดสินใจกระโดดลงมา

อย่างไรก็ตาม ได้มีการประสานรถจากเจ้าหน้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย ป่อเต็กตึ้ง เข้ามารับศพ ก่อนนำไปบันทึกภาพ พิมพ์มือ ที่ สน.พหลโยธิน และ นำส่งชันสูตร ที่ นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ

ล่าระทึก!! จับหนุ่มบางสะพาน ซิ่งเก๋งชนตร.เจ็บ ค้นในรถเจอทั้งยาบ้า-ปืน

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-8

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 29 ก.ย. พ.ต.อ.ชัชพล สมแก้ว ผกก.สภ.บางสะพานและยังเป็นเจ้าของกิจการขายกล่องไปรษณีย์ราคาถูก พ.ต.ท.กฤษณรักษ์ วงษ์งาม รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ท.ประหยัด อินทนาศักดิ์ สว.สส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ควบคุมตัวนายปราโมทย์ หรือโต ทองคำ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 237/1 ม.8 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมยาบ้า 193 เม็ด อาวุธปืนขนาด .380 พร้อมกระสุน 13 นัด ส่งพนักงานสอนสวน ดำเนินคดีข้อหา “มียาบ้าไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ และขับรถในขณะเสพยาเสพติด”

พ.ต.อ.ชัชพลเผยว่า ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่พบนายปราโมทย์ จอดรถยนต์เก๋งมาสด้า สีขาว ทะเบียน 1618 กาญจนบุรี อยู่ริมถนนท่าทางมีพิรุธ จึงเข้าไปแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่นายปราโมทย์กลับพยายามขับรถหลบหนี ทำให้เฉี่ยวชน ด.ต.อำนาจ แห่งหน ได้รับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ จึงใช้อาวุธปืนประจำกายยิงยางรถด้านซ้ายจนแตก แต่นายปราโมทย์ ยังพยายามขับรถคันดังกล่าวหนีต่อไป เจ้าหน้าที่ขับรถติดตามไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด ก่อนจะสามารถควบคุมตัวได้ ที่กลางสวนยางพารา ม.10 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จากการตรวจค้นพบของกลางยาบ้า และ อาวุธปืนดังกล่าว

นายปราโมทย์ รับสารภาพว่า เพิ่งไปทวงหนี้ที่เพื่อนยืมไป 50,000 บาท แต่เพื่อนกลับให้ยาบ้า195 เม็ดมาแทนเงิน ตนเลยกินไป 2 เม็ด กะว่าที่เหลือจะเก็บไว้ขาย ส่วนอาวุธปืนซื้อมา ในราคา 75,000 บาท แต่ยังไม่ได้โอน โดยก่อนถูกจับตนจอดรถคุยอยู่กับเพื่อน จู่ๆถูกเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นจึงขับรถหนีเพราะกลัวถูกจับ แต่ก็ไม่รอดถูกจับได้ในที่สุด