หนุ่มซิ่งเก๋งพุ่งข้ามเกาะกลางชนร้านค้าริมทาง

หนุ่มซิ่งเก๋งพุ่งข้ามเกาะกลางชนร้านค้าริมทาง

หนุ่มซิ่งเก๋งพุ่งข้ามเกาะกลางชนร้านค้าริมทาง

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่มซิ่งเก๋ง เสียหลักข้ามเกาะกลางถนนชนกระจาย ชาวบ้านวิ่งหนีหนีตายอลหม่าน

กลางดึกที่ผ่านมา (01.30น. ) ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค สีแดง รุ่นเก่า เสียหลัก ข้ามเกาะกลาง ถ.มหาจักรพรรดิ์ ช่วงหน้าโชว์รูมรถจักรยานยนต์ซูซูกิ ก่อนพุ่งชนรถที่จอดอยู่ริมทาง 2 คัน และชนร้านค้าริมทางที่กำลังทำการเก็บล้างจาน พลิกล้อชี้ฟ้า คนงานร้านข้าวต้มปลา ที่กำลังล้างจานอยู่ ได้เรียกเพื่อนให้วิ่งหนีตาย ขณะคนขับรถเก๋งคันดังกล่าว เปิดประตูออกจากรถได้ ไม่บาดเจ็บแต่อย่างใด ทางด้าน ตำรวจ ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และพาคนขับไปเจาะเลือดตรวจแอลกอฮอล์ที่ ร.พ.พุทธโสธร

ขณะที่ หนึ่งในผู้เสียหายคือ เจ้าหน้าที่กู้ภัย กล่าวว่า ตนกำลังนั่งทานก๋วยเตี๋ยวร้านถัดจากข้าวต้มปลาก่อนจะเดินไปซื้อกล่องพัสดุ ขณะนั้นได้ยินเสียงรถชนอย่างแรง ข้าวของกระจาย และรถของตน ที่ใช้ในงานกู้ภัย ก็ได้รับความเสียหายด้วย ซึ่งครั้งนี้ถือว่า เคราะห์ดีที่รถของตนขวางเอาไว้ ส่วนตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บ

ขอบคุณภาพ : เรารักแปดริ้ว

 

อ่างทองวันสุดท้ายทายผลบอลยูโรคึกคัก

อ่างทองวันสุดท้ายทายผลบอลยูโรคึกคัก

อ่างทองวันสุดท้ายทายผลบอลยูโรคึกคัก

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

อ่างทอง วันสุดท้ายทายผลบอลยูโร คึกคัก ประชาชนแห่ซื้อไปรณียบัตร ส่งทายผลลุ้นโชคจำนวนมาก ส่งผลให้สินค้าในไปรษณีย์หลายๆ อย่างขายดีตามไปด้วย เช่น เทปใส เชือกมัดกล่องพัสดุ เป็นต้น

ที่ไปรษณีย์อ่างทอง ประชาชนแห่ซื้อไปรณียบัตรทายผลกันอย่างคึกคัก โดยต่างพากันมาซื้อและประทับตราทีมที่ตัวเองเชียร์ ที่ไปรษณีย์อ่างทอง ตั้งแต่เริ่มเปิดทำการ โดยประชาชนต่างมาทายทีมคู่ชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติโปรตุเกส กับทีมชาติฝรั่งเศส ในวันที่ 10 ก.ค. ทางด้าน นายวิชาญ แก้วเลิศประสิทธิ์ หัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ไปรษณีย์อ่างทอง ได้ร่วมทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์จำหน่ายไปรษณียบัตรทายผลแชมป์ฟุตบอลยูโร 2016 วันนี้เป็นวันสุดท้าย แล้วมาร่วมลุ้นไปด้วย ว่าทีมใดจะเป็นแชมป์ฟุตบอลแห่งชาติยุโรป (ยูโร 2016) ระหว่าง โปรตุเกส กับ ฝรั่งเศส

สำหรับรางวัลการทายผล ฟุตบอล “ยูโร 2016” มีรางวัลที่ 1 เป็นเงินสด 10 ล้านบาท รางวัลที่ 2 มี 10 รางวัล เงินสดรางวัลละ  1 ล้านบาท รางวัลที่ 3 มี 100 รางวัล เงินสดรางวัลละ 1 แสนบาท และนอกจากนี้ ก็จะมีของรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย

สลด!ลวงสาวPRข่มขืนโดดน้ำฆ่าตัวตาย

Screenshot_4

รูปสาวนิรนามแชร์ผ่านเน็ตเป็นประชาสัมพันธ์บริษัทเครื่องสำอางสกัดจากว่านหางจระเข้แห่งหนึ่งในกทม.เบื้องต้นแพทย์ระบุเสียชีวิตเพราะจมน้ำ สอบสวนพบถูกคนร้ายลวงพาไปข่มขืนจึงกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย

ที่สภ.บางพลี พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี กล่าวถึงกรณีพบศพหญิงสาวไม่ทราบชื่อ-นามสกุล จมน้ำเสียชีวิต อยู่บริเวณคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ กม.5 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงค่ำของวันที่13 ม.ค.57 ว่า เช้าวันนี้ได้มีนางศรัณยา เสือซิว อายุ 50 ปี เดินทางเข้าพบพร้อมระบุว่าหญิงสาวที่เสียชีวิตเป็นบุตรสาวของตนชื่อ น.ส.ชนัญชิดา เสือซิว อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/3 ม.1 แขวง คลองสิบ เขตหนองจอก กทม. ทำงานเป็นประชาสัมพันธ์อยู่บริษัทแห่งหนึ่งย่านเอกมัย ได้หายตัวออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยตนได้ไปแจ้งความคนหายไว้ที่สน.หัวหมากและได้รับการติดต่อให้มาดูภาพที่พนักงานสอบสวน สภ.บางพลี ว่าเป็นบุตรสาวของตนที่หายไปหรือไม่ ปรากฏว่าเป็นบุตรสาวของตนจริง ส่วนสาเหตุที่ทำให้จมน้ำนั้นไม่ทราบสาเหตุ

ผกก.สภ.บางพลี กล่าวต่อว่า หลังพบศพจึงสั่งการให้ พ.ต.ท.เชาว์ ป้อมงาม รองผกก.ส. พ.ต.ต.ภูวนาถ แก่นจันทร์ สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนดำเนินการเรียก ผู้เห็นเหตุการณ์ 3 คน ซึ่งพบเห็นผู้เสียชีวิต ก่อนจมน้ำมาสอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว โดยเบื้องต้นผลการชันสูตรของแพทย์ ร.พ.บางพลี พบว่า เสียชีวิตจากการจมน้ำ ซึ่งคดีนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการด้วยความระมัดระวังและหาสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้

ด้านนายสิทธิชัย กนยนีย์ อายุ 33 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวานช่วงบ่ายได้ขับรถ จยย.ตระเวนหางานในละแวกคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิกับภรรยา เมื่อมาถึงตรง กม.5 เห็นผู้เสียชีวิตยืนโบกรถขอความช่วยเหลือด้วยท่าทางลนลาน หวาดกลัวเหมือนหนีใครมา และพยายามแทรกขาขึ้นคร่อมรถจยย. ระหว่างตนกับภรรยาที่นั่งอยู่ เมื่อขึ้นมาได้ภรรยาของตนก็ปลอบใจพร้อมกับบอกว่าไม่ต้องตกใจเดี๋ยวพาไปร.พ. แต่พอขี่รถจยย.ไปได้ไม่ถึง 10 เมตรผู้เสียชีวิตกลับเปลี่ยนใจดิ้นจะลงจากรถ จนรถจยย.ของตนจะล้มจึงจอด จากนั้นก็เห็นผู้เสียชีวิตวิ่งย้อนกลับไป ภรรยาของตนกลัวว่าจะกระโดดจึงตามกลับไปดูพร้อมกับผู้เห็นเหตุการณ์อีกคน แต่ไม่ทันเมื่อไปถึงก็พบว่าผู้เสียชีวิตลอยอยู่กลางคลองส่งน้ำแล้ว ตนจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยแต่ก็ไม่ทัน

รายงานข่าวล่าสุดรายงานว่าสาเหตุที่แท้จริงของการกระโดดน้ำฆ่าตัวตายของสาวพีอาร์รายนี้เนื่องจากถูกคนร้ายลวงไปข่มขืน ก่อนที่ผู้ตายจะไปกระโดดน้ำเพื่อฆ่าตัวตายในที่สุด ผู้สื่อข่าวรายว่าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายไว้ได้แล้ว เตรียมนำตัวมาแถลงข่าววันนี้

ตรวจDNAญาติคนหายเทียบเคียงเผานั่งยาง23จุด

Screenshot_4

ตร.อุดรธานีเรียกเก็บตัวอย่าง DNA จากญาติชายที่ถูกอุ้มเมื่อ8ปีก่อน หลังติดพันหญิงคนสนิทนักการเมือง ด้านนิติเวชวิทยาเตรียมเก็บDNAญาติผู้สูญหาย22ราย

วันนี้ (5 พ.ค.59) สถาบันนิติเวชวิทยาตรวจดีเอ็นเอญาติผู้สูญหายในจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียง 22 ราย ที่เข้ารับการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ถูกส่งต่อไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ หลังการแจ้งความประสงค์ขอตรวจดีเอ็นเอของญาติผู้สูญหาย ในขณะนี้รวม33ราย เพื่อเทียบเคียงกับร่องรอยเผานั่งยาง23จุด ที่พบในป่าบ้านคำบอนเวียงชัย อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

นางเสาวลักษณ์ คชมิตร น้องสาวนายวีระศักดิ์ ธรรมมามนต์ ซึ่งถูกชาย3คนอุ้มตัวขึ้นรถไป เมื่อ8ปีก่อน ที่ได้แจ้งความประสงค์ขอตรวจดีเอ็นเอ เป็น1ในญาติผู้สูญหายที่พนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวนภูธร จ.อุดรธานี เรียกให้มาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ

นางเสาวลักษณ์ยังเปิดเผยว่าหลังจากพี่ชายหายตัวได้ไม่นาน ที่บ้านได้รับกล่องพัสดุราคาถูกจากไปรษณีย์ มีกระเป๋าเงินและบัตรประชาชนของพี่ชายส่งมา จ่าหน้าว่ามาจาก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับ จ.อุดรธานี ส่วนจุดที่ถูกอุ้มหายตัวไป อยู่ห่างจากป่าบ้านคำบอนเวียงชัย ที่พบร่องรอยเผานั่งยาง23จุด ประมาณ60 กิโลเมตร

ทั้งนี้ รายงานจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุถึงการตรวจสอบดีเอ็นเอจุดเผานั่งยาง ว่าซากโครงกระดูกถูกเผาไหม้โดยความร้อนสูง ทั้งการถูกเผานั่งยาง และการเกิดไฟป่า ที่เกิดขึ้น2สัปดาห์ก่อนที่จะมีการเก็บหลักฐาน ซึ่งทำให้ยากลำบากในการสกัดดีเอ็นเอจากซากโครงกระดูก ซึ่งการตรวจพบดีเอ็นเอจากซากโครงกระดูกในจุดที่8 ที่อาจจะไม่ได้ดีเอ็นเอครบทั้ง16ตำแหน่ง แต่ได้ดีเอ็นเอในตำแหน่งที่มากพอ ที่สามารถเทียบเคียงกับญาติผู้สูญหายได้

ชาวเน็ตร้องหนังสือทะลุ วอนไปรษณีย์ไทยหยุดแทงกล่อง

ชาวเน็ตร้องหนังสือทะลุ วอนไปรษณีย์ไทยหยุดแทงกล่อง

(7 มี.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้ “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนคุณพี่ไปรฯ ทำร้าย ..อีกนานไหม ถึงจะแก้ไขให้มันดีขึ้น!!” โดยคุณIn Loving Memory ระบุว่า น้องที่สนิทกันจากกลุ่มหนังสือนิยายได้ส่งหนังสือ จำนวน 4 เล่ม ไปให้เพื่อนอ่าน

โดยหนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือชุดที่มีราคาสูงและไม่ขายแยกเล่ม ประกอบกับชื่อเสียงด้านการขนส่งของไปรษณีย์ไทย ผู้ส่งจึงมีการห่อบับเบิ้ลกันกระแทกอย่างดี แต่เมื่อถึงมือผู้รับเมื่อเปิดกล่องดูปรากฏว่าพบว่ากล่องพัสดุด้านล่างถูกแทงเป็นรอยขนาดใหญ่ และหนังสือก็ถูกแทงทะลุเป็นรู ไป 8 หน้า จากปกหลัง

ซึ่ง คุณIn Loving Memory ระบุว่า หนังสือถูกแทงอาจดูไร้สาระสำหรับบางคน แต่ในมุมมองของผู้ใช้บริการไปรษณีย์ไทย ก็อยากให้ปรับปรุง และแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ และอยากให้ทางไปรษณีย์ไทยชี้แจงว่า ทำไมต้องแงะ แกะ และกรีดกล่อง เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่กรณีแรกที่เกิดขึ้น ถ้ารวมกับกลุ่มสมาชิกห้องหนังสือ จะพบว่ามีเหตุการณ์คล้ายกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นทุกวัน และทำได้เพียงแค่บ่นกันเองภายในกลุ่ม

ต่อมา ล็อกอินชื่อ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า “ในการฝากส่งสิ่งของนั้น ผู้ฝากต้องทำการหุ้มห่อสิ่งบรรจุให้มีความแข็งแรงเหมาะสม โดยใช้วัสดุกันกระแทกเช่น air bubble โฟมหรือใช้กระดาษขยำทำเป็นวัสดุกันกระแทก บรรจุให้เต็มกล่องทุกด้าน เพื่อให้สิ่งบรรจุมีความมั่นคงแข็งแรง

ทั้งนี้ กรณีสิ่งบรรจุแตกหักเสียหาย หากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ฝากส่งหุ้มห่อไม่เหมาะสมแข็งแรงแล้วอาจไม่สามารถพิจารณาชดใช้ความเสียหายได้ครับ อย่างไรต้องขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสูงด้วยครับ

กรณีสิ่งบรรจุได้รับความเสียหายรบกวนผู้รับนำกล่องและสิ่งบรรจุที่เสียหายติดต่อ ปณ.ปลายทางแจ้งเรื่องตรวจสอบสาเหตุความเสียหาย และขอพิจารณาชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไปด้วยครับ
หมายเหตุ
1. หากสิ่งของส่งด้วยบริการลงทะเบียน พัสดุธรรมดา หากนำจ่ายแก่ผู้รับแล้วและได้ทักท้วงขณะนำจ่าย ผู้รับเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินชดใช้ค่าเสียหาย
2. หากส่งด้วยบริการ EMS ผู้ฝากส่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินชดใช้ค่าเสียหาย
3. ผู้ฝากส่งหรือผู้รับสามารถมอบฉันทะในการรับเงินชดใช้ค่าเสียหายรวมทั้งค่าไปรษณียากรและค่าบริการพิเศษอื่นๆ(ถ้ามี) ให้แก่บุคคลอื่นไปรับเงินแทนได้”

ทั้งนี้ กระทู้ดังกล่าวได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์มากมาย โดยส่วนใหญ่ต้องการทราบว่าเหตุใดจึงต้องมีการแทงกล่อง พร้อมแนะนำให้หาวิธีอื่นเพื่อตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในกล่อง เพราะหากสิ่งของที่อยู่ในกล่องเป็นระเบิด ก็อาจเกิดอันตรายกับสาขาของไปรษณีย์นั้นๆ ก็เป็นได้

ชายเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง เป็นลมดับกลางนา คาดร้อน-ดื่มเหล้าจัด

คุณลุงวัย 52 ปี รับเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง ล้มคว่ำกลางนาดับคาที่ จ.ปทุมธานี นายจ้างเผย ผู้ตายชอบกินเหล้าขาว ก่อนตายหายตัวไป โดยบอกกับญาติว่าจะไปซื้อเศษกระดาษจากโรงงานกล่องไปรษณีย์ราคาถูกมารองไข่ ปล่อยฝูงเป็ดเดินลำพัง ทราบอีกทีพบศพ จนท.ส่งตรวจหาสาเหตุ

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ไพจิต โคตรก่ำ สว.(สอบสวน) สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเหตุผู้เสียชีวิตบริเวณทุ่งนา ซอยบ้านกระแชง5(ซอยเฉลิมพระเกียรติ) ม.4 ต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยชุดสืบสวน สายตรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุใต้ต้นกล้วยพบศพชายทราบชื่อเล่นชื่อ “ยา” อายุ 48 ชาวสิงห์บุรี สภาพศพสวมเสื้อยืดคอปกแขนยาวสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงขาก๊วยสีเทา ลักษณะนอนหงาย ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผล และไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย

จากการสอบสวน นายสวัสดิ์ เพ็ชรงาม อายุ 52 ปี นายจ้างผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาทำงานรับจ้างเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งอยู่กับตนเอง และทำการเลี้ยงในเขตพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุ ได้ประมาณ 1 เดือน อีกทั้งผู้ตายยังเป็นคนที่ชอบดื่มเหล้าขาว จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (29 พ.ค.) ผู้ตายไม่ได้กลับไปที่บ้านพักพร้อมเป็ด จากนั้นในช่วงสายวันนี้ ตนและญาติ ได้ออกตามหาก็ไม่พบคนเลี้ยง พบแต่เป็ด จึงต้อนนำเป็ดกลับเล้า ต่อมามีนายสมพิศ แก้วมณี อายุ 45 ปี ชาวนาคนหนึ่ง มาพบศพผู้ตายอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงโทรศัพท์มาบอกตนเองและแจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะดื่มสุรามากเกินไปและเนื่องจากช่วงนี้อากาศร้อนจัด จึงเดินจะมาหาที่พัก และเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เกิดเป็นลมหน้ามืด ล้มหงายทั้งยืน เสียชีวิตดังกล่าว มอบศพให้มูลนิธิฯ นำส่งผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง

ระทึกกลางกรุง! กล่องรังสีใส่ ‘อิริเดียม-192’

ซุกอาคารร้างซ.พหลโยธิน24 ปิดพื้นที่เก็บกู้-ยันไม่รั่วไหล ผวาซ้ำรอย‘โคบอลต์-60 ’ปี43

ระทึกกลางกรุง พบกล่องโลหะบรรจุสาร “อิริเดียม-192” ห่อด้วยพลาสติกกันกระแทกในสำนักงานร้าง กลางซอยพหลโยธิน 24 แยก 2-1 ตำรวจกลัวซ้ำรอยคดี “โคบอลต์ 60” เมื่อสิบกว่าปีก่อน

เตรียมอพยพคนออกในรัศมี 200 ม. พอเจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตรวจสอบพบไม่รั่วซึมจึงแค่กันรอบพื้นที่ ก่อนนำกล่องไปตรวจสอบหาผู้ครอบครองเพื่อดำเนินคดี ขณะที่ผู้ดูแลอาคารระบุน่าจะเป็นของนักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ที่เคยเช่าอาคารนำมาทิ้งไว้

แตกตื่นพบกล่องกัมมันตรังสี “อิริเดียม-192” เปิดเผยเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 พ.ค. ร.ต.ท.ไชยวัฒน์ พลหาญ รอง สว. (สอบสวน) สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุพบกล่องโลหะปิดผนึก ติดสติกเกอร์สัญลักษณ์สารกัมมันตรังสีอันตราย ภายในอาคารสำนักงานอยู่ระหว่างปรับปรุงเลขที่ 10 ซอยพหลโยธิน 24 แยก 2-1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท. ผบช.น. พล.ต.ต. เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ ผกก.สน.พหลโยธิน นายเทวฤทธิ์ เครือมณี ผู้ช่วย ผอ.เขตจตุจักร เจ้าหน้าที่สำนักบรรเทาสาธารณภัย กทม. และเจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสำนักงานแบบเก่า สูง 2 ชั้น ปลูกในเนื้อที่กว่า 1 ไร่ ภายในห้องเก็บของบนชั้น 2 ข้างบันไดทางขึ้นพบกล่องโลหะสีบรอนซ์ติดสติกเกอร์สัญลักษณ์สารกัมมันตรังสีอันตราย ขนาดกว้าง 4 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว สูง 8 นิ้ว เจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมจุดเกิดเหตุและเตรียมอพยพประชาชนในรัศมี 200 ม. ก่อนนำอุปกรณ์เครื่องวัดกัมมันตรังสีเข้าตรวจสอบ พบภายในบรรจุสารอิริเดียม-192 สภาพกล่องยังสมบูรณ์ไม่พบการรั่วซึมและปนเปื้อน เจ้าหน้าที่จึงกันไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าบริเวณโดยรอบ พื้นที่เท่านั้น

สอบสวน น.ส.พิมพ์ชยา สุรสาระพันธุ์ อายุ 55 ปี ผู้ดูแลอาคาร ทราบว่า อาคารดังกล่าวเคยเป็นสำนักงานเกี่ยวกับจัดหางาน เจ้าของอาคารเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 6-7 ปี หลังจากนั้นมีชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นเพื่อนกับเจ้าของมาเช่าอาคารต่อ แต่ไม่ได้ปรับปรุงตัวอาคาร ใช้เพียงที่อยู่ของอาคารไปจดทะเบียน ที่สำนักงานจังหวัดระยอง ผู้เช่าจะเดินทางเข้ามาที่อาคารนี้บ้างเป็นบางครั้ง ขณะนี้กลับประเทศเกาหลีใต้ไปแล้ว ส่วนตนอาศัยอยู่ที่ชั้น 1 หลังจากผู้เช่าเดินทางกลับประเทศ คิดจะย้ายออกจึงไปเก็บของใช้ส่วนตัวภายในอาคารกระทั่งเจอวัตถุดังกล่าว ส่วนตัวคิดว่าชาวเกาหลีใต้ผู้เช่าอาคารนำมาวางทิ้งไว้

พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 เผยว่า จากการตรวจสอบพบเป็นกล่องโลหะสารเคมี 1 กล่อง ปิดฝาแน่นหนา ไม่พบร่องรอยการรั่วไหล ยังไม่ต้องกันประชาชนออกนอกพื้นที่ รอให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสารภายในกล่องเพื่อยืนยันว่ามีอันตรายหรือไม่ เบื้องต้นยังไม่แจ้งข้อหากับบุคคลใด อยู่ระหว่างตรวจสอบสารดังกล่าวถูกกำหนดห้ามมีไว้ในความครอบครองหรือไม่ ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ระบุว่า ตัวกล่องที่พบมีการระบุรหัสเนมเพลต ระบุว่าบุคคลใดเป็นเจ้าของ สั่งการให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ประสานขอข้อมูลไปยังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ หาข้อมูลเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของ

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยว่า วัตถุดังกล่าวภายในบรรจุสาร “อิริเดียม-192” หมดอายุตั้งแต่ปี 1995 ทำให้ขณะนี้ไม่เป็นอันตราย วัตถุดังกล่าวมีลักษณะเป็นแท่ง ใช้ในการถ่ายภาพด้วยรังสีแกรมมา เพื่อตรวจสอบรอยรั่ว รอยร้าวของท่อที่ใช้ในอุตสาหกรรมโรงงานก๊าซธรรมชาติ ไม่ใช่สารโคบอลต์ 60 ยืนยันไม่มีการรั่วไหล เตรียมนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ วัตถุดังกล่าวนั้นจะครอบครองหรือนำเข้าต้องมีใบอนุญาต เพราะเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบสถานที่เก็บว่ามีความเหมาะสม หรือไม่ รวมทั้งต้องเข้าไปตรวจสอบเป็นระยะเพื่อต่อใบอนุญาต การเคลื่อนย้ายกรณีนี้ถือว่าผิดกฎหมาย

นายเทวฤทธิ์ เครือมณี ผู้ช่วย ผอ.เขตจตุจักร กล่าวว่า ตรวจสอบไม่พบการรั่วไหลของสารรังสีตามที่เป็นข่าว พบเพียงกล่องโลหะที่ระบุเป็นสารอันตราย ใช้ในการถ่ายรูปเฉพาะในโรงงานอุตสาห-กรรม ไม่อนุญาตให้มีไว้ในครอบครอง ก่อนนำกล่องที่พบไปเก็บไว้ที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ตำรวจอยู่ระหว่างสืบหาผู้ครอบครองเพื่อดำเนินคดี เบื้องต้นพบเจ้าของอาคารได้ให้ชาวเกาหลีใต้ที่มีโรงงานอยู่ที่ จ.ระยอง เช่าอาคารดังกล่าวมาระยะหนึ่งก่อนดินทางกลับประเทศ กระทั่งผู้ดูแลอาคารมาพบกล่องดังกล่าว

สำหรับเหตุการณ์พบสารกัมมันตรังสีในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งในประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 ก.พ.43 หลัง รพ.สมุทรปราการ รับผู้ป่วย 2 รายที่ได้รับผลกระทบจากสารกัมมันตภาพรังสี “โคบอลต์ 60” ประกอบด้วย นายนิพนธ์ พันธุขันธ์ และนายเหลียง สุววรรณี ชาวลาว ที่นำบัตรประชาชนของนายสุดใจ ใจเร็ว มาแอบอ้างเพื่อทำงานในไทย ทั้งคู่เป็นลูกจ้างร้านของเก่าชื่อ “สมจิตร” ใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ นำแท่งกระบอกสเตนเลส หนัก 15 กก. ที่รับซื้อจากรถซาเล้ง มาแยกชิ้นส่วนโดยใช้แก๊สเป่า ต่อมาทุกคนภายในร้านเริ่มปรากฏอาการที่ได้รับผลกระทบจากสารกัมมันตรังสี รวมทั้งสุนัขภายในร้าน 3 ตัวทยอยตาย แพทย์ที่รักษาจึงส่งตัวนายเหลียง หรือนายสุดใจ และนายนิพนธ์ ไปรักษาตัวที่ รพ.ราชวิถี พร้อมนายเกชา ทรงศรีพิพัฒน์ คนขับรถบรรทุกของเก่า ก่อนทั้ง 3 คนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ภายหลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปผลกระทบ มีประชาชนที่ได้รับสารกัมมันตรังสี ทั้งหมด 44 ราย แยกเป็นกลุ่มผู้ป่วยซาเล้งและร้านของเก่า 10 ราย เสียชีวิต 3 ราย กลุ่มที่สอง ผู้ได้รับรังสีจนเม็ดเลือดขาวเหลือต่ำกว่า 3,000 เซลล์/มิลลิกรัม 4 ราย ต้อง ติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด กลุ่มที่สาม ประชาชนที่อยู่รอบร้านขายของเก่า “สมจิตร” 25 ราย มีเม็ดเลือดขาวต่ำกว่า 5,000 เซลล์/มิลลิกรัม และกลุ่มสุดท้าย หญิงตั้งครรภ์ 5 ราย แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

สกายวอล์กชมวิว วัดผาตากเสื้อ คืบกว่า 80% เชื่อเสร็จทันปลาย มี.ค.59

ผวจ.หนองคาย ติดตามการก่อสร้างสกายวอล์กพื้นกระจกใสแห่งแรกของไทย ที่จุดชมวิว วัดผาตากเสื้อ โดยจะเป็นจุดชมวิวสวยสุดในจังหวัด คืบหน้ากว่า 80% ยันปลายเดือน มี.ค.แล้วเสร็จ เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้สัมผัส…

เมื่อ เวลา 14.30 น. วันที่ 3 มีนาคม 2559 นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, นายโสภณ ห่วงญาติ นายอำเภอเมืองหนองคาย พร้อมคณะได้ติดตามการก่อสร้างสกายวอล์ก จุดชมวิว วัดผาตากเสื้อ ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ซึ่งขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

ผวจ.หนองคาย กล่าวว่า การก่อสร้างสกายวอล์ก เป็นโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคาย ใช้งบประมาณกลุ่มพัฒนาจังหวัด 17 ล้านบาท เริ่มดำเนินการออกแบบตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา รับผิดชอบโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดหนองคายซึ่งมีประสบการณ์ในการก่อสร้างโกดังของโรงงานขายกล่องไปรษณีย์มาก่อน รูปแบบเป็นลักษณะเกือกม้า ระยะทางเดินทั้งหมด 16 เมตร เป็นส่วนทางเดินพื้นกระจกใส 15 เมตร ยื่นจากหน้าผาออกมา 6 เมตร โดยใช้วัสดุแข็งแรงทนทาน เหล็กกันสนิม กระจกใสแทมเพอร์ลามิเนตที่หนาถึง 4 เซนติเมตร สามารถรองรับน้ำหนักได้ประมาณ 2,500 กิโลกรัม หรือ ประมาณ 20 คน ใช้กระจกเป็นราวกั้นตลอดแนวทั้งสองด้าน คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จปลายเดือนมีนาคม 2559 นี้ หลังจากนั้นจะมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ ปลูกต้นไม้ให้สวยงาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวบนสกายวอล์ก โดยถือเป็นสกายวอล์กกระจกใสแห่งแรกของประเทศไทย


นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมคณะได้ติดตามการก่อสร้างสกายวอล์ก จุดชมวิว วัดผาตากเสื้อ

สำหรับวัดผาตากเสื้อนั้น อยู่บนเทือกเขาขนาดย่อม สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 เมตร เป็นจุดชมทัศนียภาพแม่น้ำโขงที่สวยงามของจังหวัดหนองคาย มักจะมีนักท่องเที่ยวมาไหว้พระและชมวิวที่นี่เป็นประจำต่อเนื่อง ทำให้จังหวัดหนองคาย ดำเนินการก่อสร้างสกายวอล์กขึ้นมาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยว ให้มากขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดหนองคาย.

ให้พญาอินทรี พันตูกับฝูงโดรน

ตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน กำลังพิจารณาที่จะเลี้ยงนกอินทรี ไว้สกัดกั้นยานบินเล็กบังคับด้วยวิทยุ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม เอามาใช้งานต่างๆ ตามชาติตะวันตก

ทางการตำรวจอังกฤษได้ตัวอย่างมาจาก การทดลองที่ทำอยู่ในเนเธอร์แลนด์ ด้วยความห่วงว่า พวกเหล่าร้ายอาจจะนำเอามันมาใช้เป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะพวกก่อการร้าย

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีกลาย กระทรวงยุติธรรมอังกฤษได้เปิดเผยว่า ผู้ร้ายได้ใช้โดรนลักลอบขนโทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ดและยาเสพติด ใส่กล่องพัสดุไปรษณีย์ ลักลอบเข้าไปในเรือนจำ ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ทั้งยังมีการส่งโดรนไปลงที่เรือนจำแห่งอื่นของอังกฤษ เมื่อระหว่างช่วง 5 เดือนต้นปีกลายนี้.