ยิงเข้ากลางอก!! เมียนั่งตายสยองคาบ้าน ผัวหึงเล่นเฟซบุ๊ก แม่สุดช็อกเห็นลูกสาวถูกฆ่าต่อหน้า

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-7

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ก.ย. ร.ต.ท.อุทัย ยอดราช รอง สว.(สอบสวน) สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตาย 1 ศพ บาดเจ็บ 1 คน ทราบชื่อผู้ตาย นางปิยะภรณ์ อาชีพขายเสื้อผ้าทีตลาดสำเพ็งและเป็นแม่บ้านอยู่โรงงานขายกล่องไปรษณีย์กล่องกระดาษที่บ้าน หมู่ 6 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล รับแจ้งแล้ว จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก. พ.ต.ท.ปรัชญา จันทร์สมวงศ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สุชาติ มีชัย สวป.  แพทย์เวร รพ.สิชล และหน่วยกู้ภัยใต้เต๊กตึ้งสิชลรีบรุดไปที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงบ้านดังกล่าวในห้องโถงเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อ คือ นางปิยะภรณ์ ธรรมมิกะกุล อายุ 33 ปี อยู่บ้านที่เกิดเหตุ นั่งพิงตู้โชว์เลือดท่วมตัว อยู่ในชุดนุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมเสื้อยืดคอปกสีชมพู สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 11 มม. เข้ากลางหน้าอก 1 นัด ใกล้กันพบร่างนายพรชัย ธรรมมิกะกุล อายุ 35 ปี สามีของผู้ตาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าศีรษะจำนวน 1 นัด อาการสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงรีบนำส่ง รพ.สิชล เพื่อช่วยชีวิต

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ตกอยู่บนพื้นบ้าน จำนวน 1 กระบอก มีร่องรอยยิงไปแล้วจำนวน 2 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยมีนางอัตรา ช่างทอง มารดาของนางปิยะภรณ์ อยู่ในที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุการณ์และอยู่ในอาการตกใจสุดขีด

จากการสอบปากคำนางอัตรา ให้การว่า ทราบว่า นายพรชัย ลูกเขย ทำงานเป็นช่างเชื่อมรับทำหลังคาโครงเหล็กรายใหญ่ใน อ.สิชล ส่วนนางปิยะภรณ์ ลูกสาวเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าที่ตลาดสำเพ็งสิชล ใน อ.สิชล อยู่กินกันมานานหลายปีแล้ว

ก่อนเกิดเหตุขณะที่นางปิยะภรณ์ ผู้ตายเตรียมตัวจะออกจากบ้านไปขายเสื้อผ้าที่ตลาดสำเพ็งสิชล ปรากฏว่านายพรชัย สามีได้มาหาแล้วเข้ามาพูดคุย หาว่านางปิยะภรณ์ มีชายอื่นมาติดพัน ทำให้ทั้ง 2 มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนนายพรชัย ซึ่งอยู่ในอาการหึงหวง และโกรธจัดได้ชักอาวุธปืนที่พกมายิงใส่นางปิยะภรณ์ เข้าหน้าอก 1 นัด ตายคาที่ ก่อนจะใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองจนฟุบได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้วยความตกใจ ตนจึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบในเวลาต่อมา

ด้าน พ.ต.อ.โชคดี เผยว่า สาเหตุ มาจากความหึงหวง ซึ่งนายพรชัย ระแวงว่านางปิยะภรณ์ ผู้ตายไปมีชายอื่น และเคยมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำ ครั้งล่าสุดด้วยความหึงหวงมาหลายครั้งแล้ว นายพรชัย กับนางปิยะภรณ์ ผู้ตายมีปากเสียงกันเรื่องที่ผู้ตายเล่นเฟซบุ๊กคุยกับชายคนหนึ่ง ก่อนนายพรชัย จับได้และทำลายโทรศัพท์มือถือของนางปิยะภรณ์ พังไป 1 เครื่อง เพราะความหึงหวง กระทั่งมาก่อเหตุสยองดังกล่าว

อย่างไรก็ตามอาการของนายพรชัย ยังสาหัส อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งทางตำรวจได้อายัดตัวไว้ดำเนินคดีตามกฏหมายแล้ว ส่วนศพผู้ตายหลังจากชันสูตรเสร็จแล้วได้มอบศพให้กับญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป

สลด!ด.ญ.7 ขวบเห็นพ่อคลั่งฆ่าแม่เข้าไปห้ามเอาตัวบังเจอแทงสวน ดับพร้อมแม่ 2 ศพ

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-3

 

ตามล่าพ่อใจโหดปักมีดฆ่าเมีย-ลูก ดับสองศพ แล้วหลบหนี ลูกสาวตัดสินใจเอาตัวบังแม่ไว้ จังหวะพ่อแทงมาพอดีเข้ากลางหลังดับพร้อมแม่ พ่อเผ่นหนีตำรวจไชยปราการ ยกกำลังติดตามจับกุมตัวข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 ก.ย. พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่และยังเป็นผู้จัดการโรงงานผลิตและจำหน่ายฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดีราคาถูก ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ชำนาญ ถนัดหนังสือ ผกก.สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมาทาง พ.ต.ท.ยงยุทธ ทาสุวรรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุคดีอุจฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ เหตุฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เกิดบริเวณทางเดินในป่า บ้านป่าหนา หมู่ 6 ต.ต.ทะลบ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่

โดยตามเวลาที่เกิดเหตุทางพนักงานสอบสวน สภ.ไชยปราการ ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ สภ.ไชยปราการ ว่ามีคนเสียชีวิตบริเวณทางเดินในป่า หมู่ 6 ต.แม่ทะลบ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบศพคนตายเป็นหญิงจำนวน 2 ศพ ที่เกิดเหตุศพแรกเป็นหญิงทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.นาฟู อู่แหล อายุ 31 ปี ชาวจ.เชียงใหม่ และใกล้ที่เกิดเหตุพบศพคนตายศพที่ 2 เป็นเด็กผู้หญิง ทราบชื่อภายหลังคือ ด.ญ.บี (นามสมมติ) วัย 7 ขวบ ซึ่งเป็นบุตรสาวของน.ส.นาฟู ทั้งสองศพพบบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมจนเสียชีวิต

พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 เปิดเผยว่า ทางตนได้รับรายงานจากทาง พ.ต.อ.ชำนาญ ถนัดหนังสือ ผกก.สภ.ไชยปราการได้รายงานมาว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายจะโพ อู่แหล อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 341 หมู่ 6 ต.แม่ทะลบ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสามีและบิดาของผู้ตาย นายจะโพนั้นปกติจะเสพยาเสพติดประจำ และมักมีอาการคลุ้มคลั่งบ่อยครั้ง

ก่อนเกิดเหตุนายจะโพเดินทางกลับจากทำไร่ทำสวนกับภรรยาและลูก และเกิดมีปากเสียงกันกับภรรยา ทำให้นายจะโพไม่พอใจใช้มีดทำร้ายภรรยา โดยลูกสาวเห็นก็เข้าไปห้ามปรามพ่อ โดยใช้ตัวบังแม่ไว้ไม่ให้ทำร้ายแม่อีก เป็นจังหวะเดียวกับที่นายจะโพแทงมีดไปพอดี จึงถูกกลางหลังลูกสาวที่เข้ามาบังแม่ไว้ ทำให้เสียชีวิตดังกล่าว

โดยทางตำรวจดูจากบาดแผล น่าเชื่อว่าตัวพ่อไม่น่าจะตั้งใจฆ่าลูก เพราะบาดแผลลูกสาวถูกแทงข้างหลัง คงเอาตัวบังแม่ไว้และตายพร้อมแม่ดังกล่าว คนร้ายเห็นว่าได้ทำร้ายลูกด้วยจึงเกิดความตกใจ เสียใจและ หลังก่อเหตุหลบหนีไป โดยทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและหาสาเหตุการตาย เพื่อติดตามจับกุมนายจะโพ อู่แหล พ่อใจโหดที่ลงมือฆ่าเมียและลูกจนอย่างโหดเหี้ยมเสียชีวิตกลางป่า มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผอ.โรงเรียนยอมรับ ครูปาแก้วใส่เด็ก ม.5 เรื่องจริง แต่ไม่ตั้งใจ

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-1

 

คืบหน้านักเรียนสาวโคราชถูกครูพละปาแก้วใส่ใบหน้าเบี้ยว ผอ.โรงเรียนโชคชัยสามัคคี จ.นครราชสีมาหรือที่รู้จักคือ เจ้าของกิจการผลิตกล่องกระดาษกล่องพัสดุราคาถูก  ยอมรับว่าเกิดขึ้นจริง แจงเป็นเหตุไม่ได้ตั้งใจ จะปาใส่กำแพง แล้วกระเด็นไปถูกนักเรียน

ความคืบหน้านักเรียนสาวโคราช ถูกครูพละปาแก้วใส่ใบหน้าเบี้ยว ผอ.โรงเรียน ได้ออกยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ชี้แจงครูคู่กรณีไม่ได้ตั้งใจปาแก้วใส่นักเรียน แต่ปาใส่กำแพงแล้วแก้วกระเด็นไปถูกศีรษะนักเรียน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: นักเรียนหญิง ม.5 ถูกครูพละปาแก้วใส่ ทำหน้าเบี้ยวเสียโฉม

จากกรณีนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความลงบนโลกออนไลน์ร้องเรียนว่า ถูกคุณครูชายที่สอนวิชาพละศึกษาของโรงเรียนขว้างปาถ้วยแก้วถูกกกหูด้านซ้าย ทำให้ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ส่งผลให้ใบหน้าเสียโฉม ปากเบี้ยว ตาซ้ายปิดไม่สนิท

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 ซึ่งหลังเกิดเหตุได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรโชคชัย แต่เรื่องกลับไม่มีความคืบหน้าจนต้องโพสต์ข้อความลงบนโลกออนไลน์ จนมีคนเข้าไปแสดงความเห็นใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ผู้เสียหายเปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลา 09.00 น. เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 ตนเอง และเพื่อนในห้องกำลังเรียนวิชาพละศึกษา โดยครูชายคนที่ก่อเหตุได้ให้ตนเองนั่งเข้าแถวเพื่อรอการเรียนการสอน แต่จุดที่ตนเองนั่งนั้นมีแสงแดดส่องและร้อนมาก ตนและเพื่อนจึงยืนขึ้นแล้วเดินเข้าไปหลบแดด

แต่คุณครูที่สอนวิชาชาพละ ได้แสดงความไม่พอใจพร้อมกับใช้แก้วน้ำกระเบื้องเซรามิคเขวี้ยงปาใส่มาที่พวกตนยืนอยู่ ทำให้แก้วไปโดนกกหูด้านซ้ายของตนจนบวม ซึ่งในเวลาต่อมาตนได้มีอาการใบหน้าผิดรูปร่าง ปากเบี้ยว และตาด้านซ้ายปิดไม่สนิท ตนจึงเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่จนขณะนี้เรื่องกลับไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

ล่าสุดวันนี้ (13 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนแห่งดังกล่าว เพื่อขอพบกับว่าที่ร้อยตรีนิพนธ์ ภักดีแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียน โดยได้ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เรื่องดังกล่าวทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังเกิดเหตุตนได้สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น และได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว

ในเบื้องต้นทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริง แต่ครูพละคนดังกล่าวไม่ได้มีเจตจาขว้างปาแก้วน้ำใส่เด็กนักเรียน เนื่องจากช่วงเกิดเหตุเด็กนักเรียนหลายคนยืนไม่เป็นระเบียบ และพูดคุยกันส่งเสียงดัง ครูพละจึงใช้แก้วน้ำเขวี้ยงปาไปใส่กำแพงเพื่อปรามให้เด็กเงียบลง

เมื่อแก้วน้ำปาไปถูกกำแพงกลับได้กระเด็นไปโดนศีรษะของเด็กนักเรียนจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งหลังเกิดเหตุคุณครูพละได้ยอมรับผิดว่าสาเหตุเกิดจากการกระทำของตัวเอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้มีเจตนาปาแก้วน้ำไปโดนเด็กนักเรียนแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุคุณครูพละคนดังกล่าวก็ได้แสดงความรับผิดชอบ โดยได้ออกค่ารักษาพยาบาลให้กับเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บไปแล้วหลายครั้ง ยอดรวมเป็นเงินประมาณ 40,000 บาท ทางครอบครัวของเด็กนักเรียนคนดังกล่าว ได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 300,000 บาท

แต่คุณครูพละไม่มีเงินจ่ายจึงต่อรองราคาค่าเสียหายที่ 100,000 บาท แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถเจรจาตกลงค่าเสียหายกันได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมกับยินดีให้ทุกฝ่ายสอบถามเรื่องราวจากเพื่อนเด็กนักเรียนที่อยู่ในห้องเรียน และให้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงคุณครูพละคู่กรณี ทางผู้อำนวยการโรงเรียนฯ แจ้งว่า คุณครูยังคงเดินทางมาทำงานเป็นปกติเป็นประจำทุกวัน แต่วันนี้คุณครูได้ขออนุญาตลาโรงเรียนครึ่งวัน เนื่องจากติดภารกิจกับครอบครัว

สองคู่รักขี่จยย.กลับบ้านจะพายายไปรพ. รถแหกโค้งชนแท่งปูนเสียชีวิตทันที

สองคู่รักขี่จยย.กลับบ้านจะพายายไปรพ. รถแหกโค้งชนแท่งปูนเสียชีวิตทันที

 

สลด 2 นักศึกษาหนุ่มสาวขี่รถมอเตอร์ไซค์แหกโค้งดับกลางสะพานย่าน
นนทบุรี บริเวณหน้าร้านขายกล่องไปรษณีย์

(8 ก.ย.) ร.ต.อ.จุมพลภัทร หันทะนันต์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุ รถจยย.เสียหลักแหกโค้งพุ่งชนแท่งแบริเออร์ปูน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บนสะพานเจษฎาบดินทร์ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูรุดตรวจสอบ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา

ที่เกิดเหตุเป็นถนนขาเข้ามุ่งหน้าตลาด อตก.3 เป็นช่วงทางโค้ง พบร่างผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายศุภณัฐ อายุ 18 ปี เป็นผู้ขับขี่ สภาพศพ ต้นแขนซ้ายฉีกขาด แขนซ้ายหัก บาดแผลถลอกตามร่างกาย อีกรายเป็นหญิง สภาพศพกะโหลกศรีษะแตก แขนซ้ายหัก มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.อิสราภรณ์ อายุ 18 ปี ถัดไปประมาณ 30 เมตร พบรถจยย.ยี่ห้อ คาวาซากิ รุ่นKSR สีดำ ทะเบียน 3กล6151 กทม. ซึ่งเป็นรถของผู้ตายล้มคว่ำอยู่ สภาพรถมีรอยถลอกด้ายแถบซ้ายทั้งแถบ ท่อไอเสียบุบ

จากการสอบถาม นายสินธนา อายุ 19 ปี เพื่อนผู้ตาย เล่าว่านายศุภณัฐ (ผู้ตาย) เป็นนักศึกษาฝึกงานได้ขอลางานจากที่บริษัท TOT สาขาบางกรวย ครึ่งวัน เพื่อที่จะพายายไปหาหมอ จากนั้นได้แวะรับเพื่อนสาวไปด้วยกัน เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงทางโค้งคาดว่ารถน่าจะเสียหลักพุ่งชนแท่งปูนทำให้เสียชีวิตทั้งคู่

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนพยานที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้จะทำการตรวจสอบในที่เกิดเหตุว่ามีกล้องวงจรปิดหรือไม่ เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง จากนั้นได้มอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนมอบญาติทำพิธีทางศาสนาต่อไป

คุมทำแผนฆ่าแม่บ้านยัดถัง ไหว้ขอขมา อ้างป่วยไบโพลาร์

คุมทำแผนฆ่าแม่บ้านยัดถัง ไหว้ขอขมา อ้างป่วยไบโพลาร์

 

(31 ส.ค.) พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข รอง ผบช.ภ.3 เจ้าของโรงงานผลิตกล่องพัสดุไปรษณีย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องนำตัวนายจักรกฤษณ์ จาริกานนท์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสีคิ้ว ที่ 84/2559 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีฆ่า นางสาวสุภาพ อายุ 39 ปี แม่บ้านซึ่งเป็นลูกจ้างของตนเอง ยัดถังดำไปทิ้งในป่าริมถนนสายบ้านหัวป้าง-บ้านหัวโกรก หมู่ที่ 14 บ้านหนองไม้แดง ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง เมื่อ 29 ต.ค.56 ไปทำแผนบริเวณจุดเกิดเหตุ

ทั้งนี้นายจักรกฤษณ์ ยอมรับว่าได้ลงมือฆ่าแม่บ้านจริง โดยเป็นเรื่องอารมณ์โมโหส่วนตัว เวลาโมโหจะระงับอารมณ์ไม่ได้เพราะตนเองเป็นไบโพลาร์ อ้างว่าตอนนั้นแม่บ้านไปขโมยเงินลูกสาวจึงวางแผนฆ่า ยินดีรับผลกรรมที่ทำไว้และไม่คิดจะประกันตัว มันอยู่ในใจของตนทั้งตอนหลับและตื่น

นายจักรกฤษณ์ กล่าวว่า หลังจากใช้เชือกรัดคอจนเสียชีวิตแล้ว ใช้เท้าถีบซ้ำ โกนขนเพชรที่อวัยวะเพศ ใช้น้ำกรดราดที่ใบหน้า หัวนม อวัยวะเพศ หวังให้ผิวหนังละลายเพื่อให้ไม่ให้จำรูปร่างได้เพื่ออำพรางคดี จากนั้นได้นำร่างของนางสาวสุภาพ ยัดใส่ถังพลาสติกสีดำ ใส่ท้ายรถ ฮอนด้า ซีอาร์วี ออกจากบ้านพักที่ปทุมธานี ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.มาถึงจุดเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 05.30 น.จากนั้นได้ถอยท้ายรถเข้าป่าริมถนน ยกถังดำทิ้งในป่าข้างถนนซึ่งเป็นร่องต่างระดับ ถังพลาสติกก็กลิ้งลงในป่า และขับรถกลับบ้านที่ปทุมธานี

หลังจากทำแผนแล้ว นายจักรกฤษณ์ ผู้ต้องหาได้ขอธูปเพื่อจุดขอขมา โดยกล่าวคำขอขมาด้วยตนเอง ว่าขออโหสิกรรมต่อ ป้าสุภาพ ที่ล่วงเกิน ด้วย กาย วาจา และใจ รวมทั้งขอรับผิดด้วยการรับโทษ อย่าได้จองเวรจองกรรมเลย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลหลังพบว่ามารดาของผู้ต้องหาได้เสียชีวิตภายในบ้านพักย่านพหลโยธิน เมื่อปี 2553 ก่อนที่ผู้ต้องหาจะนำเอกสารใบมรณบัตรไปเบิกเงินประกันชีวิตของมารดา ท่วมกลางความกังขาของคนรอบข้าง ซึ่งตำรวจจะเร่งตรวจสอบว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีการแจ้งความดำเนินคดีไว้เป็นหลักฐานหรือไม่ ส่วนที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ต้องหามีความรู้เรื่องการทำประกันภัยซึ่งได้ทำไว้กว่า 21 กรรมธรรม์นั้น เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะศึกษาด้วยตัวเอง

ขอบคุณภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

นครพนมสั่งล่าโจรขโมยโคขุนชาวบ้านมูลค่า2แสน

นครพนมสั่งล่าโจรขโมยโคขุนชาวบ้านมูลค่า2แสน

 

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นครพนม สั่งล่าโจรขโมยโคขุนชาวบ้าน มูลค่ากว่า 2 แสนบาท นายอำเภอเพิ่มมาตรการป้องกัน – แจ้งเตือนเกษตรกร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) เมธา ชูจันทร์ นายอำเภอนาแก เจ้าของกิจการขายกล่องพัสดุราคาถูก จ.นครพนม สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบหาทางป้องกัน กรณีเกิดปัญหา มีคนร้ายเข้าไปก่อเหตุขโมยโคขุน ของ นายคมกฤช บ่อพิมาย อายุ 61 ปี อดีตนายช่างชลประทานเกษียณราชการ อยู่บ้านเลขที่ 98 บ้านหนองสังข์ หมู่ 8 ต.หนองสังข์ อ.นาแก จ.นครพนม ที่เลี้ยงไว้ในคอกสวนท้ายหมู่บ้าน หายไปถึง 2 ครั้ง รวม 4 ตัว ในรอบ 2 เดือน มูลค่ากว่า 2 แสนบาท ครั้งล่าสุดได้ก่อเหตุ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 20 สิงหาคม 2559 ขโมยวัวแม่พันธุ์ อายุ 1 ปี 6 เดือน และลูกเพศผู้ อายุ 2 เดือน หลบหนีไปลอยนวล โดยได้มีการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.นาแก จ.นครพนม แต่ยังไม่มีเบาะแสถือเป็นการก่อเหตุอุกอาจเนื่องจากก่อเหตุที่เดียวกันถึง 2 ครั้งซ้อน ทางผู้เสียหายเชื่อมั่นมีคนในพื้นที่รู้เห็น จึงต้องการเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง ตำรวจ ทหาร เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี และป้องกันก่อเหตุซ้ำอีก ด้าน นายอำเภอนาแก กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมประสานไปยังตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบหาเบาะแสคนร้าย เชื่อว่าส่วนหนึ่งจะมีคนในพื้นที่รู้เห็น ซึ่งจะต้องวางแผนเพิ่มมาตรการป้องกันและแจ้งเตือนไปยังเกษตรกร ในพื้นที่ ให้เฝ้าระวัง โดยเฉพาะคนที่เลี้ยงวัวไว้ตามที่นา ห่างไกลหมู่บ้าน ต้องมีการเฝ้า ส่วนการดำเนินคดี ติดตามคนร้าย จะได้ประสานไปยังตำรวจ ให้เร่งรัดสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี เร่งด่วนไม่ให้ก่อเหตุซ้ำอีก

 

หนุ่มขับกระบะชนประตูบ้านนายกอบต. ลั่น “ผมชนความรัก”

หนุ่มขับกระบะชนประตูบ้านนายกอบต. ลั่น "ผมชนความรัก"

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (16 ส.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งว่ามีชายกำลังจะบุกรุกเข้าบ้านของคนอื่น บริเวณหจก.พงศธรก่อสร้าง เลขที่ 40 ถนน อ่างทอง – โพธิ์พระยาท่าเรือ ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ร้อยเวร 20 และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าทำการระงับเหตุ

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินทางไประงับเหตุ ขณะนั้นผู้สื่อข่าวอยู่ในระหว่างเปิดกล้องภายในรถและกำลังก้าวลงจากรถ ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อชายคนดังกล่าวได้ขึ้นไปบนรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บฉ 8724 อ่างทอง จากนั้นได้สตาร์ทรถขับพุ่งชนประตูกระจกอะลูมิเนียม ทะลุเข้าไปในบ้านเสียหายทั้งบาน ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถึงที่เกิดเหตุ ได้เรียกให้ชายคนดังกล่าวลงมาจากรถแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ชายที่ก่อเหตุดังกล่าวจึงได้ยอมเดินลงมาจากรถ พร้อมกับพูดว่า “ผมชนความรัก ผมมาตามหาความรัก”

ทราบชื่อต่อมา นายยุทธพิชัย อายุ 32 ปี เจ้าของร้านขายกล่องกระดาษกล่องพัสดุ มีอาการคล้ายคนเสียสติพูดวกวน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนำส่ง สภ.เมืองอ่างทอง ทำการสอบสวน เพราะเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะถูกประชาชนเข้าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบถาม นายธันวา อายุ 29 ปี ญาติเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของนายสมชาย สุเมฆะกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอิฐ นายกอบต.ชื่อดังในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งตอนเกิดเหตุได้ไม่อยู่บ้านมีเพียงญาติเป็นผู้ดูแลบ้าน

โดยเมื่อเวลาประมาณ 3-4 ทุ่ม วานนี้ (15 ส.ค.) ตนเองได้พบเห็นนายยุทธพิชัย มาเดินวนเวียนอยู่แถวหน้าบ้านหลังดังกล่าว ตนเองได้เดินไปสอบถามก็ได้รับคำตอบว่า มาตามหารัก และบอกด้วยว่าแฟนชื่อหมวย อยู่ในบ้านหลังนี้ ตนเองจึงได้ตอบกลับไปว่าไม่มีคนชื่อหมวย อยู่ในบ้าน แล้วบอกให้กลับไป

จนกระทั่งช่วงบ่ายของวันนี้ นายยุทธพิชัย ได้ขับรถกระบะมาจอดที่หน้าบ้านอีก ตนเองก็ได้ตอบไปเหมือนกับเมื่อวานว่าไม่มีคนชื่อนี้อยู่ หลังจากนั้นนายยุทธพิชัย ได้ขึ้นรถกระบะคันดังกล่าวตนเองเห็นท่าไม่ดีจึงบอกให้แฟนสาวหลบ แล้วก็เป็นแบบที่คิดนายยุทธพิชัย ได้ขับรถพุ่งชนประตูกระจกอะลูมิเนียมหน้าบ้านเข้าไปอย่างจังจนได้รับความเสียหายทั้งบาน

ด้าน ร.ต.ท.จักรี พันเอ็ด รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง กล่าวว่า จากการสอบสวนนายยุทธพิชัย ยังให้การวกไปวนมาพูดแต่เพียงว่ามาตามหาความรัก และจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปส่งที่บ้าน

เบื้องต้น ต้องรอให้นายสมชาย เจ้าของบ้านผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ส่วนนายยุทธพิชัยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งตัวไปให้แพทย์ รพ.อ่างทอง ตรวจสอบหาสารเสพติด และดูว่ามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ระเบิดหลายจุดชายแดนภาคใต้ เสาไฟหัก-ไฟฟ้าดับวงกว้าง

ระเบิดหลายจุดชายแดนภาคใต้ เสาไฟหัก-ไฟฟ้าดับวงกว้าง

เกิดเหตุระเบิดไล่เลี่ยกันหลายจุด พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คาดสร้างสถานการณ์ก่อนลงประชามติ ล่าสุดไฟฟ้าดับหลายพื้นที่

(6 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นระเบิดที่ซุกซ่อนอยู่บริเวณเสาไฟฟ้า ทำให้ไฟฟ้าในพื้นที่ดับเป็นวงกว้าง คาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ก่อนถึงวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

จากข้อมูลรายงานของสำนักอิศรา เปิดเผยว่า ชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดหลายลูกในหลายพื้นที่ เบื้องต้นพบว่าเป็นเหตุระเบิดเสาไฟฟ้า ทำให้กระแสไฟฟ้าถูกตัดขาดเป็นวงกว้าง หลายพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้อยู่ในเวลานี้

ขณะที่พื้นที่ที่ประสบเหตุมีการยืนยันเบื้องต้นคือ อ.สุโหงโก-ลก แถวร้านขายกล่องพัสดุ อ.ศรีสาคร  อ.ยี่งอ  อ.ตากใบ  อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส และ อ.รามัน จ.ยะลา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้ลงพื้นที่ตามจุดต่างๆ แล้ว ทั้งนี้คาดว่าเหตุดังกล่าวเป็นการสร้างสถานการณ์ช่วงก่อนวันลงประชามติฯ พรุ่งนี้ (7 ส.ค.) หลังจากที่หน่วยข่าวกรองได้รับแจ้งมาเช่นเดียวกัน

เก๋งขับย้อนศรขึ้นทางด่วน ชนเทรลเลอร์ ดับ 1 เจ็บ 2

เก๋งขับย้อนศรขึ้นทางด่วน ชนเทรลเลอร์ ดับ 1 เจ็บ 2

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

รถเก๋ง ขับย้อนศร ขึ้นทางด่วนฉลองรัช ทางลงพระราม 9 ชนประสานงา รถเทรลเลอร์ อัดก๊อบปี้ ตาย 1 เจ็บ 2

เกิดอุบัติเหตุ รถเก๋งฮอนด้าแจ๊ส สีเทา ทะเบียน ษร 7299 กทม. ขับย้อนศรขึ้นไปบริเวณทางลงทางด่วนฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) ขาเข้า ก่อนถึงทางลงพระราม 9 เล็กน้อย เป็นเหตุทำให้ชนประสานงากับรถเทรลเลอร์ ที่กำลังจะขับลงทางทางด่วน เบื้องต้นคนขับรถเสียชีวิต สภาพถูกอัดก๊อบปี้ติดกับคอนโซลรถ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน

จากการสอบถามคนขับรถเทรลเลอร์ ทราบว่า ขณะขับรถบนทางด่วนมาตามช่องทางปกติ มาจากรามอินทรา เพื่อจะมาลงถนนพระราม 9 แต่ช่วงที่จะลงทางด่วนนั้น ปรากฏว่ามีรถเก๋งแจ๊สคันดังกล่าว ขับย้อนศรขึ้นมาจากแถวร้านขายกล่องพัสดุ ทำให้รถของตนหักหลบไม่ทันและพุ่งชนเข้าอย่างจัง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ ทราบชื่อต่อมาคือ นายกรปณต เกิดคำแพง อายุ 47 ปี อาชีพนักดนตรี และผู้ที่เดินทางมากับรถเทรลเลอร์ ได้รับบาดเจ็บ 2 คน เนื่องจากกระเด็นทะลุกระจกลงไปกระแทกกับพื้น ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถและนำผู้บาดเจ็บส่ง ร.พ. แล้ว

หนุ่มซิ่งเก๋งพุ่งข้ามเกาะกลางชนร้านค้าริมทาง

หนุ่มซิ่งเก๋งพุ่งข้ามเกาะกลางชนร้านค้าริมทาง

หนุ่มซิ่งเก๋งพุ่งข้ามเกาะกลางชนร้านค้าริมทาง

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่มซิ่งเก๋ง เสียหลักข้ามเกาะกลางถนนชนกระจาย ชาวบ้านวิ่งหนีหนีตายอลหม่าน

กลางดึกที่ผ่านมา (01.30น. ) ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค สีแดง รุ่นเก่า เสียหลัก ข้ามเกาะกลาง ถ.มหาจักรพรรดิ์ ช่วงหน้าโชว์รูมรถจักรยานยนต์ซูซูกิ ก่อนพุ่งชนรถที่จอดอยู่ริมทาง 2 คัน และชนร้านค้าริมทางที่กำลังทำการเก็บล้างจาน พลิกล้อชี้ฟ้า คนงานร้านข้าวต้มปลา ที่กำลังล้างจานอยู่ ได้เรียกเพื่อนให้วิ่งหนีตาย ขณะคนขับรถเก๋งคันดังกล่าว เปิดประตูออกจากรถได้ ไม่บาดเจ็บแต่อย่างใด ทางด้าน ตำรวจ ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และพาคนขับไปเจาะเลือดตรวจแอลกอฮอล์ที่ ร.พ.พุทธโสธร

ขณะที่ หนึ่งในผู้เสียหายคือ เจ้าหน้าที่กู้ภัย กล่าวว่า ตนกำลังนั่งทานก๋วยเตี๋ยวร้านถัดจากข้าวต้มปลาก่อนจะเดินไปซื้อกล่องพัสดุ ขณะนั้นได้ยินเสียงรถชนอย่างแรง ข้าวของกระจาย และรถของตน ที่ใช้ในงานกู้ภัย ก็ได้รับความเสียหายด้วย ซึ่งครั้งนี้ถือว่า เคราะห์ดีที่รถของตนขวางเอาไว้ ส่วนตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บ

ขอบคุณภาพ : เรารักแปดริ้ว

 

กล่องไปรษณีย์ กล่องกระดาษ กล่องลูกฟูก