นครพนมสั่งล่าโจรขโมยโคขุนชาวบ้านมูลค่า2แสน

นครพนมสั่งล่าโจรขโมยโคขุนชาวบ้านมูลค่า2แสน

 

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นครพนม สั่งล่าโจรขโมยโคขุนชาวบ้าน มูลค่ากว่า 2 แสนบาท นายอำเภอเพิ่มมาตรการป้องกัน – แจ้งเตือนเกษตรกร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) เมธา ชูจันทร์ นายอำเภอนาแก เจ้าของกิจการขายกล่องพัสดุราคาถูก จ.นครพนม สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบหาทางป้องกัน กรณีเกิดปัญหา มีคนร้ายเข้าไปก่อเหตุขโมยโคขุน ของ นายคมกฤช บ่อพิมาย อายุ 61 ปี อดีตนายช่างชลประทานเกษียณราชการ อยู่บ้านเลขที่ 98 บ้านหนองสังข์ หมู่ 8 ต.หนองสังข์ อ.นาแก จ.นครพนม ที่เลี้ยงไว้ในคอกสวนท้ายหมู่บ้าน หายไปถึง 2 ครั้ง รวม 4 ตัว ในรอบ 2 เดือน มูลค่ากว่า 2 แสนบาท ครั้งล่าสุดได้ก่อเหตุ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 20 สิงหาคม 2559 ขโมยวัวแม่พันธุ์ อายุ 1 ปี 6 เดือน และลูกเพศผู้ อายุ 2 เดือน หลบหนีไปลอยนวล โดยได้มีการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.นาแก จ.นครพนม แต่ยังไม่มีเบาะแสถือเป็นการก่อเหตุอุกอาจเนื่องจากก่อเหตุที่เดียวกันถึง 2 ครั้งซ้อน ทางผู้เสียหายเชื่อมั่นมีคนในพื้นที่รู้เห็น จึงต้องการเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง ตำรวจ ทหาร เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี และป้องกันก่อเหตุซ้ำอีก ด้าน นายอำเภอนาแก กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมประสานไปยังตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบหาเบาะแสคนร้าย เชื่อว่าส่วนหนึ่งจะมีคนในพื้นที่รู้เห็น ซึ่งจะต้องวางแผนเพิ่มมาตรการป้องกันและแจ้งเตือนไปยังเกษตรกร ในพื้นที่ ให้เฝ้าระวัง โดยเฉพาะคนที่เลี้ยงวัวไว้ตามที่นา ห่างไกลหมู่บ้าน ต้องมีการเฝ้า ส่วนการดำเนินคดี ติดตามคนร้าย จะได้ประสานไปยังตำรวจ ให้เร่งรัดสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี เร่งด่วนไม่ให้ก่อเหตุซ้ำอีก

 

หนุ่มขับกระบะชนประตูบ้านนายกอบต. ลั่น “ผมชนความรัก”

หนุ่มขับกระบะชนประตูบ้านนายกอบต. ลั่น "ผมชนความรัก"

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (16 ส.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งว่ามีชายกำลังจะบุกรุกเข้าบ้านของคนอื่น บริเวณหจก.พงศธรก่อสร้าง เลขที่ 40 ถนน อ่างทอง – โพธิ์พระยาท่าเรือ ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ร้อยเวร 20 และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าทำการระงับเหตุ

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินทางไประงับเหตุ ขณะนั้นผู้สื่อข่าวอยู่ในระหว่างเปิดกล้องภายในรถและกำลังก้าวลงจากรถ ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อชายคนดังกล่าวได้ขึ้นไปบนรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บฉ 8724 อ่างทอง จากนั้นได้สตาร์ทรถขับพุ่งชนประตูกระจกอะลูมิเนียม ทะลุเข้าไปในบ้านเสียหายทั้งบาน ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถึงที่เกิดเหตุ ได้เรียกให้ชายคนดังกล่าวลงมาจากรถแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ชายที่ก่อเหตุดังกล่าวจึงได้ยอมเดินลงมาจากรถ พร้อมกับพูดว่า “ผมชนความรัก ผมมาตามหาความรัก”

ทราบชื่อต่อมา นายยุทธพิชัย อายุ 32 ปี เจ้าของร้านขายกล่องกระดาษกล่องพัสดุ มีอาการคล้ายคนเสียสติพูดวกวน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนำส่ง สภ.เมืองอ่างทอง ทำการสอบสวน เพราะเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะถูกประชาชนเข้าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบถาม นายธันวา อายุ 29 ปี ญาติเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของนายสมชาย สุเมฆะกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอิฐ นายกอบต.ชื่อดังในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งตอนเกิดเหตุได้ไม่อยู่บ้านมีเพียงญาติเป็นผู้ดูแลบ้าน

โดยเมื่อเวลาประมาณ 3-4 ทุ่ม วานนี้ (15 ส.ค.) ตนเองได้พบเห็นนายยุทธพิชัย มาเดินวนเวียนอยู่แถวหน้าบ้านหลังดังกล่าว ตนเองได้เดินไปสอบถามก็ได้รับคำตอบว่า มาตามหารัก และบอกด้วยว่าแฟนชื่อหมวย อยู่ในบ้านหลังนี้ ตนเองจึงได้ตอบกลับไปว่าไม่มีคนชื่อหมวย อยู่ในบ้าน แล้วบอกให้กลับไป

จนกระทั่งช่วงบ่ายของวันนี้ นายยุทธพิชัย ได้ขับรถกระบะมาจอดที่หน้าบ้านอีก ตนเองก็ได้ตอบไปเหมือนกับเมื่อวานว่าไม่มีคนชื่อนี้อยู่ หลังจากนั้นนายยุทธพิชัย ได้ขึ้นรถกระบะคันดังกล่าวตนเองเห็นท่าไม่ดีจึงบอกให้แฟนสาวหลบ แล้วก็เป็นแบบที่คิดนายยุทธพิชัย ได้ขับรถพุ่งชนประตูกระจกอะลูมิเนียมหน้าบ้านเข้าไปอย่างจังจนได้รับความเสียหายทั้งบาน

ด้าน ร.ต.ท.จักรี พันเอ็ด รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง กล่าวว่า จากการสอบสวนนายยุทธพิชัย ยังให้การวกไปวนมาพูดแต่เพียงว่ามาตามหาความรัก และจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปส่งที่บ้าน

เบื้องต้น ต้องรอให้นายสมชาย เจ้าของบ้านผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ส่วนนายยุทธพิชัยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งตัวไปให้แพทย์ รพ.อ่างทอง ตรวจสอบหาสารเสพติด และดูว่ามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ระเบิดหลายจุดชายแดนภาคใต้ เสาไฟหัก-ไฟฟ้าดับวงกว้าง

ระเบิดหลายจุดชายแดนภาคใต้ เสาไฟหัก-ไฟฟ้าดับวงกว้าง

เกิดเหตุระเบิดไล่เลี่ยกันหลายจุด พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คาดสร้างสถานการณ์ก่อนลงประชามติ ล่าสุดไฟฟ้าดับหลายพื้นที่

(6 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นระเบิดที่ซุกซ่อนอยู่บริเวณเสาไฟฟ้า ทำให้ไฟฟ้าในพื้นที่ดับเป็นวงกว้าง คาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ก่อนถึงวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

จากข้อมูลรายงานของสำนักอิศรา เปิดเผยว่า ชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดหลายลูกในหลายพื้นที่ เบื้องต้นพบว่าเป็นเหตุระเบิดเสาไฟฟ้า ทำให้กระแสไฟฟ้าถูกตัดขาดเป็นวงกว้าง หลายพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้อยู่ในเวลานี้

ขณะที่พื้นที่ที่ประสบเหตุมีการยืนยันเบื้องต้นคือ อ.สุโหงโก-ลก แถวร้านขายกล่องพัสดุ อ.ศรีสาคร  อ.ยี่งอ  อ.ตากใบ  อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส และ อ.รามัน จ.ยะลา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้ลงพื้นที่ตามจุดต่างๆ แล้ว ทั้งนี้คาดว่าเหตุดังกล่าวเป็นการสร้างสถานการณ์ช่วงก่อนวันลงประชามติฯ พรุ่งนี้ (7 ส.ค.) หลังจากที่หน่วยข่าวกรองได้รับแจ้งมาเช่นเดียวกัน

เก๋งขับย้อนศรขึ้นทางด่วน ชนเทรลเลอร์ ดับ 1 เจ็บ 2

เก๋งขับย้อนศรขึ้นทางด่วน ชนเทรลเลอร์ ดับ 1 เจ็บ 2

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

รถเก๋ง ขับย้อนศร ขึ้นทางด่วนฉลองรัช ทางลงพระราม 9 ชนประสานงา รถเทรลเลอร์ อัดก๊อบปี้ ตาย 1 เจ็บ 2

เกิดอุบัติเหตุ รถเก๋งฮอนด้าแจ๊ส สีเทา ทะเบียน ษร 7299 กทม. ขับย้อนศรขึ้นไปบริเวณทางลงทางด่วนฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) ขาเข้า ก่อนถึงทางลงพระราม 9 เล็กน้อย เป็นเหตุทำให้ชนประสานงากับรถเทรลเลอร์ ที่กำลังจะขับลงทางทางด่วน เบื้องต้นคนขับรถเสียชีวิต สภาพถูกอัดก๊อบปี้ติดกับคอนโซลรถ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน

จากการสอบถามคนขับรถเทรลเลอร์ ทราบว่า ขณะขับรถบนทางด่วนมาตามช่องทางปกติ มาจากรามอินทรา เพื่อจะมาลงถนนพระราม 9 แต่ช่วงที่จะลงทางด่วนนั้น ปรากฏว่ามีรถเก๋งแจ๊สคันดังกล่าว ขับย้อนศรขึ้นมาจากแถวร้านขายกล่องพัสดุ ทำให้รถของตนหักหลบไม่ทันและพุ่งชนเข้าอย่างจัง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ ทราบชื่อต่อมาคือ นายกรปณต เกิดคำแพง อายุ 47 ปี อาชีพนักดนตรี และผู้ที่เดินทางมากับรถเทรลเลอร์ ได้รับบาดเจ็บ 2 คน เนื่องจากกระเด็นทะลุกระจกลงไปกระแทกกับพื้น ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถและนำผู้บาดเจ็บส่ง ร.พ. แล้ว

หนุ่มซิ่งเก๋งพุ่งข้ามเกาะกลางชนร้านค้าริมทาง

หนุ่มซิ่งเก๋งพุ่งข้ามเกาะกลางชนร้านค้าริมทาง

หนุ่มซิ่งเก๋งพุ่งข้ามเกาะกลางชนร้านค้าริมทาง

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่มซิ่งเก๋ง เสียหลักข้ามเกาะกลางถนนชนกระจาย ชาวบ้านวิ่งหนีหนีตายอลหม่าน

กลางดึกที่ผ่านมา (01.30น. ) ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค สีแดง รุ่นเก่า เสียหลัก ข้ามเกาะกลาง ถ.มหาจักรพรรดิ์ ช่วงหน้าโชว์รูมรถจักรยานยนต์ซูซูกิ ก่อนพุ่งชนรถที่จอดอยู่ริมทาง 2 คัน และชนร้านค้าริมทางที่กำลังทำการเก็บล้างจาน พลิกล้อชี้ฟ้า คนงานร้านข้าวต้มปลา ที่กำลังล้างจานอยู่ ได้เรียกเพื่อนให้วิ่งหนีตาย ขณะคนขับรถเก๋งคันดังกล่าว เปิดประตูออกจากรถได้ ไม่บาดเจ็บแต่อย่างใด ทางด้าน ตำรวจ ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และพาคนขับไปเจาะเลือดตรวจแอลกอฮอล์ที่ ร.พ.พุทธโสธร

ขณะที่ หนึ่งในผู้เสียหายคือ เจ้าหน้าที่กู้ภัย กล่าวว่า ตนกำลังนั่งทานก๋วยเตี๋ยวร้านถัดจากข้าวต้มปลาก่อนจะเดินไปซื้อกล่องพัสดุ ขณะนั้นได้ยินเสียงรถชนอย่างแรง ข้าวของกระจาย และรถของตน ที่ใช้ในงานกู้ภัย ก็ได้รับความเสียหายด้วย ซึ่งครั้งนี้ถือว่า เคราะห์ดีที่รถของตนขวางเอาไว้ ส่วนตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บ

ขอบคุณภาพ : เรารักแปดริ้ว

 

อ่างทองวันสุดท้ายทายผลบอลยูโรคึกคัก

อ่างทองวันสุดท้ายทายผลบอลยูโรคึกคัก

อ่างทองวันสุดท้ายทายผลบอลยูโรคึกคัก

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

อ่างทอง วันสุดท้ายทายผลบอลยูโร คึกคัก ประชาชนแห่ซื้อไปรณียบัตร ส่งทายผลลุ้นโชคจำนวนมาก ส่งผลให้สินค้าในไปรษณีย์หลายๆ อย่างขายดีตามไปด้วย เช่น เทปใส เชือกมัดกล่องพัสดุ เป็นต้น

ที่ไปรษณีย์อ่างทอง ประชาชนแห่ซื้อไปรณียบัตรทายผลกันอย่างคึกคัก โดยต่างพากันมาซื้อและประทับตราทีมที่ตัวเองเชียร์ ที่ไปรษณีย์อ่างทอง ตั้งแต่เริ่มเปิดทำการ โดยประชาชนต่างมาทายทีมคู่ชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติโปรตุเกส กับทีมชาติฝรั่งเศส ในวันที่ 10 ก.ค. ทางด้าน นายวิชาญ แก้วเลิศประสิทธิ์ หัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ไปรษณีย์อ่างทอง ได้ร่วมทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์จำหน่ายไปรษณียบัตรทายผลแชมป์ฟุตบอลยูโร 2016 วันนี้เป็นวันสุดท้าย แล้วมาร่วมลุ้นไปด้วย ว่าทีมใดจะเป็นแชมป์ฟุตบอลแห่งชาติยุโรป (ยูโร 2016) ระหว่าง โปรตุเกส กับ ฝรั่งเศส

สำหรับรางวัลการทายผล ฟุตบอล “ยูโร 2016” มีรางวัลที่ 1 เป็นเงินสด 10 ล้านบาท รางวัลที่ 2 มี 10 รางวัล เงินสดรางวัลละ  1 ล้านบาท รางวัลที่ 3 มี 100 รางวัล เงินสดรางวัลละ 1 แสนบาท และนอกจากนี้ ก็จะมีของรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย

สลด!ลวงสาวPRข่มขืนโดดน้ำฆ่าตัวตาย

Screenshot_4

รูปสาวนิรนามแชร์ผ่านเน็ตเป็นประชาสัมพันธ์บริษัทเครื่องสำอางสกัดจากว่านหางจระเข้แห่งหนึ่งในกทม.เบื้องต้นแพทย์ระบุเสียชีวิตเพราะจมน้ำ สอบสวนพบถูกคนร้ายลวงพาไปข่มขืนจึงกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย

ที่สภ.บางพลี พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี กล่าวถึงกรณีพบศพหญิงสาวไม่ทราบชื่อ-นามสกุล จมน้ำเสียชีวิต อยู่บริเวณคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ กม.5 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงค่ำของวันที่13 ม.ค.57 ว่า เช้าวันนี้ได้มีนางศรัณยา เสือซิว อายุ 50 ปี เดินทางเข้าพบพร้อมระบุว่าหญิงสาวที่เสียชีวิตเป็นบุตรสาวของตนชื่อ น.ส.ชนัญชิดา เสือซิว อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/3 ม.1 แขวง คลองสิบ เขตหนองจอก กทม. ทำงานเป็นประชาสัมพันธ์อยู่บริษัทแห่งหนึ่งย่านเอกมัย ได้หายตัวออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยตนได้ไปแจ้งความคนหายไว้ที่สน.หัวหมากและได้รับการติดต่อให้มาดูภาพที่พนักงานสอบสวน สภ.บางพลี ว่าเป็นบุตรสาวของตนที่หายไปหรือไม่ ปรากฏว่าเป็นบุตรสาวของตนจริง ส่วนสาเหตุที่ทำให้จมน้ำนั้นไม่ทราบสาเหตุ

ผกก.สภ.บางพลี กล่าวต่อว่า หลังพบศพจึงสั่งการให้ พ.ต.ท.เชาว์ ป้อมงาม รองผกก.ส. พ.ต.ต.ภูวนาถ แก่นจันทร์ สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนดำเนินการเรียก ผู้เห็นเหตุการณ์ 3 คน ซึ่งพบเห็นผู้เสียชีวิต ก่อนจมน้ำมาสอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว โดยเบื้องต้นผลการชันสูตรของแพทย์ ร.พ.บางพลี พบว่า เสียชีวิตจากการจมน้ำ ซึ่งคดีนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการด้วยความระมัดระวังและหาสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้

ด้านนายสิทธิชัย กนยนีย์ อายุ 33 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวานช่วงบ่ายได้ขับรถ จยย.ตระเวนหางานในละแวกคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิกับภรรยา เมื่อมาถึงตรง กม.5 เห็นผู้เสียชีวิตยืนโบกรถขอความช่วยเหลือด้วยท่าทางลนลาน หวาดกลัวเหมือนหนีใครมา และพยายามแทรกขาขึ้นคร่อมรถจยย. ระหว่างตนกับภรรยาที่นั่งอยู่ เมื่อขึ้นมาได้ภรรยาของตนก็ปลอบใจพร้อมกับบอกว่าไม่ต้องตกใจเดี๋ยวพาไปร.พ. แต่พอขี่รถจยย.ไปได้ไม่ถึง 10 เมตรผู้เสียชีวิตกลับเปลี่ยนใจดิ้นจะลงจากรถ จนรถจยย.ของตนจะล้มจึงจอด จากนั้นก็เห็นผู้เสียชีวิตวิ่งย้อนกลับไป ภรรยาของตนกลัวว่าจะกระโดดจึงตามกลับไปดูพร้อมกับผู้เห็นเหตุการณ์อีกคน แต่ไม่ทันเมื่อไปถึงก็พบว่าผู้เสียชีวิตลอยอยู่กลางคลองส่งน้ำแล้ว ตนจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยแต่ก็ไม่ทัน

รายงานข่าวล่าสุดรายงานว่าสาเหตุที่แท้จริงของการกระโดดน้ำฆ่าตัวตายของสาวพีอาร์รายนี้เนื่องจากถูกคนร้ายลวงไปข่มขืน ก่อนที่ผู้ตายจะไปกระโดดน้ำเพื่อฆ่าตัวตายในที่สุด ผู้สื่อข่าวรายว่าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายไว้ได้แล้ว เตรียมนำตัวมาแถลงข่าววันนี้

ตรวจDNAญาติคนหายเทียบเคียงเผานั่งยาง23จุด

Screenshot_4

ตร.อุดรธานีเรียกเก็บตัวอย่าง DNA จากญาติชายที่ถูกอุ้มเมื่อ8ปีก่อน หลังติดพันหญิงคนสนิทนักการเมือง ด้านนิติเวชวิทยาเตรียมเก็บDNAญาติผู้สูญหาย22ราย

วันนี้ (5 พ.ค.59) สถาบันนิติเวชวิทยาตรวจดีเอ็นเอญาติผู้สูญหายในจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียง 22 ราย ที่เข้ารับการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ถูกส่งต่อไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ หลังการแจ้งความประสงค์ขอตรวจดีเอ็นเอของญาติผู้สูญหาย ในขณะนี้รวม33ราย เพื่อเทียบเคียงกับร่องรอยเผานั่งยาง23จุด ที่พบในป่าบ้านคำบอนเวียงชัย อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

นางเสาวลักษณ์ คชมิตร น้องสาวนายวีระศักดิ์ ธรรมมามนต์ ซึ่งถูกชาย3คนอุ้มตัวขึ้นรถไป เมื่อ8ปีก่อน ที่ได้แจ้งความประสงค์ขอตรวจดีเอ็นเอ เป็น1ในญาติผู้สูญหายที่พนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวนภูธร จ.อุดรธานี เรียกให้มาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ

นางเสาวลักษณ์ยังเปิดเผยว่าหลังจากพี่ชายหายตัวได้ไม่นาน ที่บ้านได้รับกล่องพัสดุราคาถูกจากไปรษณีย์ มีกระเป๋าเงินและบัตรประชาชนของพี่ชายส่งมา จ่าหน้าว่ามาจาก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับ จ.อุดรธานี ส่วนจุดที่ถูกอุ้มหายตัวไป อยู่ห่างจากป่าบ้านคำบอนเวียงชัย ที่พบร่องรอยเผานั่งยาง23จุด ประมาณ60 กิโลเมตร

ทั้งนี้ รายงานจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุถึงการตรวจสอบดีเอ็นเอจุดเผานั่งยาง ว่าซากโครงกระดูกถูกเผาไหม้โดยความร้อนสูง ทั้งการถูกเผานั่งยาง และการเกิดไฟป่า ที่เกิดขึ้น2สัปดาห์ก่อนที่จะมีการเก็บหลักฐาน ซึ่งทำให้ยากลำบากในการสกัดดีเอ็นเอจากซากโครงกระดูก ซึ่งการตรวจพบดีเอ็นเอจากซากโครงกระดูกในจุดที่8 ที่อาจจะไม่ได้ดีเอ็นเอครบทั้ง16ตำแหน่ง แต่ได้ดีเอ็นเอในตำแหน่งที่มากพอ ที่สามารถเทียบเคียงกับญาติผู้สูญหายได้

ชาวเน็ตร้องหนังสือทะลุ วอนไปรษณีย์ไทยหยุดแทงกล่อง

ชาวเน็ตร้องหนังสือทะลุ วอนไปรษณีย์ไทยหยุดแทงกล่อง

(7 มี.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้ “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนคุณพี่ไปรฯ ทำร้าย ..อีกนานไหม ถึงจะแก้ไขให้มันดีขึ้น!!” โดยคุณIn Loving Memory ระบุว่า น้องที่สนิทกันจากกลุ่มหนังสือนิยายได้ส่งหนังสือ จำนวน 4 เล่ม ไปให้เพื่อนอ่าน

โดยหนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือชุดที่มีราคาสูงและไม่ขายแยกเล่ม ประกอบกับชื่อเสียงด้านการขนส่งของไปรษณีย์ไทย ผู้ส่งจึงมีการห่อบับเบิ้ลกันกระแทกอย่างดี แต่เมื่อถึงมือผู้รับเมื่อเปิดกล่องดูปรากฏว่าพบว่ากล่องพัสดุด้านล่างถูกแทงเป็นรอยขนาดใหญ่ และหนังสือก็ถูกแทงทะลุเป็นรู ไป 8 หน้า จากปกหลัง

ซึ่ง คุณIn Loving Memory ระบุว่า หนังสือถูกแทงอาจดูไร้สาระสำหรับบางคน แต่ในมุมมองของผู้ใช้บริการไปรษณีย์ไทย ก็อยากให้ปรับปรุง และแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ และอยากให้ทางไปรษณีย์ไทยชี้แจงว่า ทำไมต้องแงะ แกะ และกรีดกล่อง เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่กรณีแรกที่เกิดขึ้น ถ้ารวมกับกลุ่มสมาชิกห้องหนังสือ จะพบว่ามีเหตุการณ์คล้ายกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นทุกวัน และทำได้เพียงแค่บ่นกันเองภายในกลุ่ม

ต่อมา ล็อกอินชื่อ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า “ในการฝากส่งสิ่งของนั้น ผู้ฝากต้องทำการหุ้มห่อสิ่งบรรจุให้มีความแข็งแรงเหมาะสม โดยใช้วัสดุกันกระแทกเช่น air bubble โฟมหรือใช้กระดาษขยำทำเป็นวัสดุกันกระแทก บรรจุให้เต็มกล่องทุกด้าน เพื่อให้สิ่งบรรจุมีความมั่นคงแข็งแรง

ทั้งนี้ กรณีสิ่งบรรจุแตกหักเสียหาย หากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ฝากส่งหุ้มห่อไม่เหมาะสมแข็งแรงแล้วอาจไม่สามารถพิจารณาชดใช้ความเสียหายได้ครับ อย่างไรต้องขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสูงด้วยครับ

กรณีสิ่งบรรจุได้รับความเสียหายรบกวนผู้รับนำกล่องและสิ่งบรรจุที่เสียหายติดต่อ ปณ.ปลายทางแจ้งเรื่องตรวจสอบสาเหตุความเสียหาย และขอพิจารณาชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไปด้วยครับ
หมายเหตุ
1. หากสิ่งของส่งด้วยบริการลงทะเบียน พัสดุธรรมดา หากนำจ่ายแก่ผู้รับแล้วและได้ทักท้วงขณะนำจ่าย ผู้รับเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินชดใช้ค่าเสียหาย
2. หากส่งด้วยบริการ EMS ผู้ฝากส่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินชดใช้ค่าเสียหาย
3. ผู้ฝากส่งหรือผู้รับสามารถมอบฉันทะในการรับเงินชดใช้ค่าเสียหายรวมทั้งค่าไปรษณียากรและค่าบริการพิเศษอื่นๆ(ถ้ามี) ให้แก่บุคคลอื่นไปรับเงินแทนได้”

ทั้งนี้ กระทู้ดังกล่าวได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์มากมาย โดยส่วนใหญ่ต้องการทราบว่าเหตุใดจึงต้องมีการแทงกล่อง พร้อมแนะนำให้หาวิธีอื่นเพื่อตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในกล่อง เพราะหากสิ่งของที่อยู่ในกล่องเป็นระเบิด ก็อาจเกิดอันตรายกับสาขาของไปรษณีย์นั้นๆ ก็เป็นได้

ชายเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง เป็นลมดับกลางนา คาดร้อน-ดื่มเหล้าจัด

คุณลุงวัย 52 ปี รับเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง ล้มคว่ำกลางนาดับคาที่ จ.ปทุมธานี นายจ้างเผย ผู้ตายชอบกินเหล้าขาว ก่อนตายหายตัวไป โดยบอกกับญาติว่าจะไปซื้อเศษกระดาษจากโรงงานกล่องไปรษณีย์ราคาถูกมารองไข่ ปล่อยฝูงเป็ดเดินลำพัง ทราบอีกทีพบศพ จนท.ส่งตรวจหาสาเหตุ

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ไพจิต โคตรก่ำ สว.(สอบสวน) สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเหตุผู้เสียชีวิตบริเวณทุ่งนา ซอยบ้านกระแชง5(ซอยเฉลิมพระเกียรติ) ม.4 ต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยชุดสืบสวน สายตรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุใต้ต้นกล้วยพบศพชายทราบชื่อเล่นชื่อ “ยา” อายุ 48 ชาวสิงห์บุรี สภาพศพสวมเสื้อยืดคอปกแขนยาวสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงขาก๊วยสีเทา ลักษณะนอนหงาย ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผล และไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย

จากการสอบสวน นายสวัสดิ์ เพ็ชรงาม อายุ 52 ปี นายจ้างผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาทำงานรับจ้างเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งอยู่กับตนเอง และทำการเลี้ยงในเขตพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุ ได้ประมาณ 1 เดือน อีกทั้งผู้ตายยังเป็นคนที่ชอบดื่มเหล้าขาว จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (29 พ.ค.) ผู้ตายไม่ได้กลับไปที่บ้านพักพร้อมเป็ด จากนั้นในช่วงสายวันนี้ ตนและญาติ ได้ออกตามหาก็ไม่พบคนเลี้ยง พบแต่เป็ด จึงต้อนนำเป็ดกลับเล้า ต่อมามีนายสมพิศ แก้วมณี อายุ 45 ปี ชาวนาคนหนึ่ง มาพบศพผู้ตายอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงโทรศัพท์มาบอกตนเองและแจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะดื่มสุรามากเกินไปและเนื่องจากช่วงนี้อากาศร้อนจัด จึงเดินจะมาหาที่พัก และเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เกิดเป็นลมหน้ามืด ล้มหงายทั้งยืน เสียชีวิตดังกล่าว มอบศพให้มูลนิธิฯ นำส่งผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง