สยอง! รองนายกเล็ก คว้าลูกซองใช้เท้าเหนี่ยวไกยิงกรอกปากตัวเอง ดับคาปิกอัพ

ยิงตัว-696x403

รองนายกเล็ก!! เจ้าของกิจการร้านขายกล่องกระดาษหรือกล่องไปรษณีย์ คว้าลูกซองใช้เท้าเหนี่ยวไกยิงกรอกปากตัวเองดับ

วันที่ 30 มิ.ย. พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุมีคนยิงตัวตายภานในรถยนต์ ที่บริเวณที่นา อยู่ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 1 กิโลเมตร ในพื้นที่ ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ นายประสงค์ อุไรวรณ์ นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ และแพทย์เวรโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุแบบแค๊บ สีเขียว หมายเลขทะเบียน บต 1338 อุตรดิตถ์ จอกอยู่ ภายในรถพบศพนายนกเล็ก โลกเลื่อง อายุ 63 ปี รองนายกเทศมนตรีตำบลป่าเซ่าและยังเป็นเจ้าของกิจการร้านขายกล่องกระดาษหรือกล่องไปรษณีย์ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นั่งอยู่บนเบาะรถฝั่งผู้โดยสารเก้าอี้ปรับเอนไปด้านหลัง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ศีรษะจนกระสุนทะลุออกกระจกหลัง ในรถยังพบปืนลูกซองเดี่ยววางกับพื้นตั้งปากกระบอกขึ้นจากระหว่างขาพาดถึงไหล่ โดยพบเงินสดติดตัว 9,360 บาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและแพทย์ตรวจสอบพบว่าเท้าขวาผู้ตายถูกถอดถุงเท้าออก หัวแม่เท้ามีลักษณะเกร็ง จึงสันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะให้หัวแม่เท้าเหนี่ยวไกปืนยิงกรอกปาก แล้วทะลุกระโหลกศีรษะ อย่างไรก็ตามได้ส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก จะต้องรอผลพิสูนจ์หลักฐานจากทางนิติวิทยาศาสตร์ และตรวจดีเอ็นเอในรถว่ามีของผู้อื่นหรือไม่ โดยได้มอบปืนลูกซองเดี่ยวแก่พนักงานสอบสวนไปตรวจสอบแล้ว

พล.ต.ต.อดิศักดิ์ เปิดเผยต่อว่า จากสอบถามภรรยาผู้เสียชีวิตได้ให้การว่า ไม่มีปัญหาอะไรหรือเรื่องทะเลาะอะไรกัน โดยก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 13.00 น. ผู้ตายได้บอกกับภรรยาว่าจะไปยิงนกเขา พร้อมนำปืนออกไปด้วย ซึ่งปกติไม่เคยนำปืนออกไปเลย จนกระทั่งตอนเย็นผู้ตายไม่ได้ไปรับหลานที่โรงเรียนตามปกติ ลูกเขยจึงได้รับลูกเอง และกลับมาถามแม่ยายหรือภรรยาของผู้ตายว่า ผู้ตายไปไหนจึงไม่ไปรับหลาน เมื่อทราบว่าผู้ตายบอกว่าจะออกไปยิงนกเขาและนำปืนออกไปด้วย จึงได้ไปตามที่จุดเกิดเหตุ

ซึ่งตรงข้ามเป็นที่นาที่ผู้ตายเคยเป็นเจ้าของ แต่ปัจจุบันได้ขายแล้วเช่ามาทำนาต่อ เมื่อพบศพจึงได้โทรแจ้งภรรยาผู้ตาย และแจ้งตำรวจ อย่างไรก็ตามได้สอบถามเพื่อนร่วมงาน ก็ทราบว่าผู้ตายเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน เพราะเป็นคนพูดน้อย ยิ้มง่าย แต่คาดว่าอาจจะมีปัญหาส่วนตัว ซึ่งจะต้องพิสูจน์หาหลักฐานและทำสำนวนคดีถึงสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป

งูโผล่ชักโครก บ้านหรูยังเจอ 2 ตัวซ้อนๆ นั่งห้องน้ำรู้สึกเจ็บก้นรักษาหมด2ม.-ลูกสาวเจออีก

S__47480835-696x392

งูโผล่ – น.ส.พนารัตน์ ไชยบูรณ์ ชี้ให้ดูชักโครกภายในบ้านพักหมู่บ้านชื่อดัง ย่านตลิ่งชันเเถวร้านขายกล่องพัสดุและกล่องไปรษณีย์รายใหญ่ใน กทม. มีงูเหลือมโผล่ขึ้นมาถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกจับตัวไว้ได้ ส่วนครั้งที่ 2 ได้แต่ถ่ายรูป ไว้เท่านั้น

บ้านในเมืองกรุงก็ใช่ว่าจะรอด เจ้าของบ้านหรูสุดช็อกเจองูเหลือมโผล่จากชักโครก 2 ตัวซ้อนๆหนแรกนั่งทำธุระอยู่ในห้องน้ำชั้นล่างรู้สึกเจ็บก้น รีบลุกขึ้นมาดูเจองูเหลือมขนาดใหญ่โผล่หัวมา เรียกรปภ.มาทุบจับงูออกมาได้ตัวยาวถึง 2.5 เมตร ส่วนตัวเองถูกกัดต้องรักษาหมดไปเกือบ 2 หมื่นบาท ผ่านมาแค่ไม่กี่วันลูกสาวเจออีกตัวโผล่ออกมาเช่นกัน ทุบอีกรอบแต่คราวนี้หาไม่เจอ จนลูกตกใจหนักถึงขั้นขอย้ายไปอยู่กับญาติ เผยก่อนหน้านี้ก็มีตัวเงินตัวทองเข้ามาในบ้านเหมือนกัน คาดเหตุจากดินใต้บ้านทรุด ซึ่งเป็นกันหมดหมู่บ้านบางหลังทรุดถึง 50 ซ.ม. ทำให้เพื่อนบ้านกังวลไปหมดไม่มีใครกล้าเข้าห้องน้ำชั้นล่าง หรือพาลูกหลานมาเล่นรอบๆ บ้านเลย วอนหมู่บ้านเข้ามาดูแลและแก้ปัญหา เพราะเป็นหมู่บ้านหรูราคาหลายล้านจนถึงกว่า 10 ล้าน

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากน.ส.พนารัตน์ ไชยบูรณ์ อายุ 42 ปี ผู้บริหาร บริษัท นิวฟู๊ด เทคโนโลยี จำกัด อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่บ้านชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านราชพฤกษ์-จรัญฯ ถนนปากน้ำกระโจมทอง แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กทม. ว่าที่บ้านถูกงูเหลือมโผล่มาจากชักโครกอาละวาดไม่เลิกถึง 2 รอบ

น.ส.พนารัตน์ เล่าว่าเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. อยู่ในบ้านกับลูกชาย 2 คน ขณะที่เข้าห้องน้ำชั้นล่างใต้บันไดช่วงที่นั่งอยู่นั้นรู้สึกเจ็บแปลบที่ก้นเหมือนถูกกัด จึงรีบลุกขึ้นทันที แล้วก็แทบช็อกเมื่อเห็นงูไม่ทราบชนิดตัวใหญ่ ลายพร้อยโผล่ออกมาจากชักโครกได้ประมาณ 50 ซ.ม. พยายามจะเลื้อยขึ้นมา รู้สึกตกใจมากแต่ก็ตั้งสติรีบปิดฝาชักโครกและเอาฝาถังน้ำทับไว้ ก่อนจะรีบขับรถไปหาหมอที่โรงพยาบาลพญาไท 3 แต่หมอยังไม่สามารถฉีดเซรุ่มกันพิษงูให้ได้ เพราะต้องรู้ชนิดของงูเสียก่อน พบว่าบาดแผลเป็นรอยเขี้ยวขนาดประมาณ 1 ซ.ม. บนและล่างจำนวน 12 เขี้ยว จึงโทรศัพท์กลับไปที่หมู่บ้านแจ้งให้รปภ.ช่วยกันรื้อชักโครกเพื่อหางูต้นเหตุ โดยรปภ. ได้สกัดปูนยาแนวของฐานชักโครกออก เมื่อยกชักโครกขึ้นก็พบกับงูเหลือมขนาดใหญ่ยาวประมาณ 2.5 เมตร จึงช่วยกันจับใส่กระสอบแล้วเรียกรถมูลนิธิให้มารับตัวไป

หลังจากทราบว่าเป็นงูเหลือมกัด อาจติดเชื้อได้แพทย์จึงฉีดยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ และยากันบาดทะยักให้ แล้วให้นอนรอดูอาการ 1 คืน เสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ 18,000 บาท ประกันฯออกให้บางส่วน หมอยังให้ไปล้างแผลอย่างต่อเนื่อง และให้ไปฉีดยากันบาดทะยักอีก 2 เข็ม

“จนกระทั่งกลางดึกวันที่ 8 ก.ค. ลูกสาวคนกลางอายุ 15 ปี เข้าไปล้างมือในอ่างห้องน้ำชั้นล่าง ก็พบหัวงูเหลือมขนาดใหญ่กว่าตัวเก่าโผล่อยู่ในชักโครกอีกครั้ง และพยายามจะเลื้อยขึ้นมา ลูกสาวตกใจมากวิ่งร้องไห้ออกมาจากห้องน้ำ ทำให้คนในบ้านพากันแตกตื่น นายกนก ประดิษฐ์กนก อายุ 41 ปี สามี รีบวิ่งมาดู และใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปเอาไว้ได้ ก่อนจะปิดฝาชักโครกเอาฝาถังน้ำทับเอาไว้เหมือนเดิมแล้วเรียกรปภ.มารื้อชักโครกอีกครั้ง แต่ไม่พบงูตัวดังกล่าว ขณะที่ลูกสาวหวาดผวามากจนไม่กล้าอยู่บ้าน จนต้องให้ไปอยู่กับญาติชั่วคราวก่อน เรื่องที่เกิดขึ้นคนในบ้านที่อยู่รวมกัน 6 ชีวิต รู้สึกผวาไม่กล้าเข้าห้องน้ำชั้นล่างอีกเลย เพราะไม่มั่นใจว่าใต้ชักโครกยังมีงูหลงเหลืออยู่อีกกี่ตัว” น.ส. พนารัตน์ กล่าว

เจ้าของบ้านที่เจองูถึง 2 รอบ กล่าวอีกว่า จากการสำรวจรอบๆ บ้านพบว่าใต้บ้านเป็นโพรงขนาดใหญ่ เนื่องจากดินทรุดตัว เมื่อสอบถามเพื่อนบ้านพบว่าเกือบทุกหลังเป็นแบบนี้ โดยบางหลังทรุดลงไปราวๆ 50 ซ.ม. ขณะที่พื้นที่ติดกันเป็นป่าหญ้ารกชัฏ ทั้ง งูเหลือมและตัวเงินตัวทองสามารถปีนหรือ มุดเข้ามาในหมู่บ้านและเข้าไปอยู่ใต้บ้านได้ ก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี มีตัวเงินตัวทองปีนข้ามกำแพงเข้ามาในบ้านครั้งหนึ่งแล้ว สามีกับชาวบ้านช่วยกันใช้ไม้ไล่ สุดท้ายมันวิ่งเข้าไปใต้บ้านฝั่งตรงข้ามที่มีโพรงเช่นกัน แล้วหลบอยู่ในนั้นไม่ยอมออกมาเลย ซึ่งเจ้าของบ้านมีลูกวัย 2 ขวบอยู่ด้วย จึงไม่กล้าให้ลูกออกมาเล่นที่สนามหญ้า

น.ส.พนารัตน์กล่าวอีกว่าขณะนี้คนในหมู่บ้านแตกตื่นไปตามๆ กัน ส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้าห้องน้ำชั้นล่างเพราะกลัวเจองูโผล่ออกมา อยากให้ทางหมู่บ้านออกมารับผิดชอบโดยการเอาดินมาถมใต้บ้านให้เต็มทุกหลัง เพราะที่ผ่านมาเพียงเอาแผ่นปูนมาปักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะฝนตกเพียงไม่กี่ครั้งน้ำก็เซาะจนเกิดเป็นโพรงเหมือนเดิม ช่วงนี้แมวในหมู่บ้านจะมีเยอะมาก เนื่องจากแอบเข้าไปคลอดลูกกันใต้บ้านหลายหลังกลัวว่าจะยิ่งทำให้งู หรือตัวเงินตัวทองชุกชุมมากขึ้น โดยหมู่บ้านนี้เป็นบ้านหรูราคาหลายล้านจนถึงสิบกว่าล้าน ส่วนบ้านตนซื้อมาเมื่อ 5 ปีก่อนราคา 6.5 ล้านบาท อยากได้ความสุขและสบายใจให้กับคนในบ้านกลับคืนมา ตอนนี้ทุกคนในบ้านไม่กล้าเข้าห้องน้ำชั้นล่าง และไม่กล้าเดินรอบๆ บ้านที่เป็นโพรง เพราะเกรงว่าจะมีสัตว์ร้ายออกมา

ระทึก!โดดเกาะรถผัว-เมียเดือดกิ๊ก เห็นตำตา แต่ซิ่งหนี ร่าง-ร่วง ถูกทับขา บาดเจ็บ!

wifetrang-1

      สาวเมืองตรังเห็นสามีควงกิ๊กสาว พนักงานบริษัทผลิตเเละจำหน่ายกล่องพัสดุหรือกล่องไปรษณีย์ กลางดึกขับรถเก๋งมาจอดเติมน้ำมันตรงปรี่เข้าไปสอบถาม แต่ฝ่ายชายกลับไม่พูดด้วย พร้อมกับรีบออกรถไปทันที ทั้งที่หัวจ่ายน้ำมันยังคาอยู่ ฝ่ายหญิงก็มือไวโดดเกาะรถติดไปด้วย แต่ไปได้ไม่ไกลก็หมดแรง หล่นลงพื้น แต่สามีไม่ยอมจอดรถ ทำให้ถูกล้อทับได้รับบาดเจ็บ โชคดีที่พลเมืองดีผ่านมาเห็นจึงรีบโทร.เรียกเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ สุดท้ายฝ่ายภรรยาหายเจ็บรีบเข้าแจ้งตำรวจเพื่อขอลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานไปฟ้องกิ๊ก แต่สามีนั้นไม่ขอเอาเรื่อง

เมื่อคืนวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.รัตกาญจน์ พรหมราช รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งว่าพบผู้หญิงวัยประมาณ 40 ปี นอนฟุบกับพื้นผิวถนน คาดว่าน่าจะบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณใกล้สี่แยก หัวสะพานวัง ถนนศรีตรัง 1 ต.ทับเที่ยง ภายในเขตเทศบาลนครตรัง ภายหลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์นเรนทร โรงพยาบาลศูนย์ตรัง ที่เกิดเหตุพบกลุ่มชาวบ้านจอดรถมุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จึงรีบช่วยเหลือนำคนเจ็บส่งห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน

ต่อมา ร.ต.ท.รัตกาญจน์ได้ตรวจสอบภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พบก่อนเกิดเหตุมีรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับรถผ่านมาตามเส้นทางดังกล่าว โดยในภาพเห็นหญิงคนเจ็บเกาะอยู่กับประตูรถด้านข้างคนขับ ก่อนที่จะร่วงล้มทรุดลงร่างครูดไปกับพื้นผิวถนน และยังโดนล้อรถข้างขวาเหยียบซ้ำเข้าอีก ทำให้ต้องรีบปล่อยมือออกมา ส่วนรถเก๋งคันดังกล่าวก็รีบเร่งความเร็วขับหลบหนีไป ระหว่างนั้นก็มีพลเมืองดีที่ขับรถผ่านมาเจอเหตุการณ์เห็น ผู้หญิงนอนฟุบอยู่บนถนนจึงรีบจอดรถแล้ววิ่งเข้าไปช่วยเหลือโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนเกิดเหตุหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บมาเจอสามีขับรถเก๋งมาเติมน้ำมันในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ถนนรัษฎา อ.เมืองตรัง โดยมีผู้หญิงอื่นนั่งมาในรถด้วย ทำให้เกิดอารมณ์โกรธแค้น หึงหวง ก่อนจะรีบตรงเข้าไปหาสามีทันที ส่วนสามีเมื่อเห็นภรรยาปรี่เข้ามาจึงรีบขับรถออกไปจากปั๊มทั้งๆ ที่หัวจ่ายน้ำมันยังคารถอยู่ และก็ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าน้ำมันอีกด้วย ส่วนคนเจ็บก็วิ่งและกระโดดเกาะติดรถของสามีไปด้วย แต่ไปได้แค่ประมาณ 100 เมตร เมื่อสามีไม่ยอมจอดรถก็เลยหมดแรงล้มลงร่างครูดไปกับพื้นถนน และยังโดนล้อรถเหยียบซ้ำเข้าอีก โดยที่ชาวบ้านร้านค้าที่อยู่บริเวณนั้นให้การว่า ขณะเกิดเหตุฝ่ายหญิงได้กรีดร้องเสียงดังลั่นกลางดึกเหมือนกับถูกทำร้าย จึงทำให้ชาวบ้านต่างตกใจตื่นพากันวิ่งออกมาดูเหตุการณ์กันเป็นจำนวนมากอีกด้วย

ด้าน ร.ต.ท.รัฐกาญจน์ เจ้าของคดีเปิดเผยว่า ต่อมาทางผู้เสียหายคือ น.ส.บี(นามสมมติ) เข้ามาแจ้งความประสงค์เพื่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อจะนำไปใช้เป็นหลักฐานฟ้องร้องกับหญิงสาวที่เป็นกิ๊กกับสามีที่เดินทางมาด้วยกันดังกล่าว แต่ไม่ได้ประสงค์จะขอให้ดำเนินคดีกับสามีของตนเองใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนร่างกายของตนที่ประสบเหตุถูกรถชนก็บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยที่บริเวณข้อมือซ้ายและที่เท้าข้างขวาเท่านั้น ซึ่งหลังจากลงประจำวันเสร็จแล้วผู้เสียหายก็เดินทางกลับโดยทันที ซึ่งหลังจากข่าวนี้แพร่กระจายออกไปแล้ว ทางผู้บังคับบัญชาก็สั่งการให้ตนดูแลและให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะต้องเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติม แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เรียกใครมาสอบปากคำแต่อย่างใด

ฮีโร่ช่วยหนุ่มออกจากรถที่ไฟกำลังลุกไหม้รอดตาย

66

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ทหาร-ตำรวจ ฮีโร่ช่วยเหลือหนุ่มขับรถตู้ ออกจากตัวรถที่ไฟกำลังลุกไหม้รอดหวุด เหตุเกิด อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ศูนย์วิทยุกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุรถยนต์ตู้รับส่งพนักงานโรงงานผลิตเเละจำหน่ายกล่องพัสดุหรือกล่องไปรษณีย์ เสียหลักชนต้นไม้มีผู้บาดเจ็บติดภายในรถและมีเปลวเพลิงลุกไหม้ที่ตัวรถ เหตุเกิดที่บริเวณถนนสายสัตหีบ ราชสีมา (สาย331) ขาเข้า สัตหีบ ม.1 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับจึงนำรถอุปกรณ์และนำกำลังอาสาสมัครไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้รถตู้อย่างรุนแรง  เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาจึงนำสายดับเพลิงเข้าดับไฟใช้เวลาประมาณ 30 นาที ไฟจึงสงบ ตรวจสอบพบว่ารถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ฮย 2097 กรุงเทพมหานคร  ได้รับความเสียหายทั้งคัน ส่วนคนขับทราบชื่อคือ นายสุทัศน์ อายุ 34 ปี ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉีกขาดที่ขาซ้าย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่ง รพ. 

สอบถาม พ.จ.อ.สุภัค วงศ์จันทร์ ทหารท่าอากาศยาน มน6 ปด.6 ให้การว่าตนพร้อมเพื่อนทหาร และตำรวจขับรถผ่านมาประสบเหตุการณ์พอดี ระหว่างนั้นไฟยังไม่ลุกลามมาก ตนเห็นคนขับติดอยู่ จึงจอดรถแล้วชวนเพื่อนๆ เข้าช่วยเหลืองัดร่างผู้บาดเจ็บออกจากตัวรถอย่างเร่งด่วน พอนำคนขับออกมาได้ ไฟก็ลุกไหม้ขึ้นอย่างรุนแรง

 จากนั้นจึงแจ้งหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ มารับคนเจ็บนำส่งโรงพยาบาลบางละมุง ด้านคนเจ็บให้การว่าขับรถกำลังจะไปรับพนักงานโรงงานผลิตเเละจำหน่ายกล่องพัสดุหรือกล่องไปรษณีย์ในเขตจังหวัดระยอง แต่มาประสบเหตุเสียก่อน

เผาแล้ว “น้องแอ๋ม” โผล่อีก! แฟนทอมคนที่ 3 ตร.เค้นคดีฆ่าหั่นฝังดิน เช็กดีเอ็นเอคนใกล้ชิด

nguert1-696x403

เผาแล้ว “น้องแอ๋ม” สาวโอเกะโดนฆ่าหั่นที่ขอนแก่น แม่ร่ำไห้เป็นลมหน้าโลง ตร.พบคนร้ายใช้ปิกอัพขนศพไปฝังอำพรางคดี เร่งแกะรอยมือถือคนตายที่หายไปหลังเป็นศพ คาดกลุ่มคนร้ายวางแผนมาอย่างดี เตรียมเรียก “เบญ” ทอมอีกคนมาสอบปากคำด้วย เร่งเก็บดีเอ็นเอคนใกล้ชิดที่เข้าให้ปากคำไปเทียบเคียง ลงพื้นที่เช็กหอพักที่คนตายเคยเข้าออก หาคราบเลือด-พยานเพิ่มเติมด้วย

จากคดีสะเทือนขวัญเมื่อพบศพน.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม อายุ 22 ปี สาวคารา โอเกะในจ.ขอนแก่น อยู่เเถวร้านขายซองขยายข้างหรือซองเอกสารขยายข้างราคาถูก ถูกฆ่าหั่นศพยัดใส่ถังพลาสติกฝังดินในอ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา สอบพบผู้ตายแต่งงานมีสามีแล้ว แต่พบมีสาวทอมมาติดพันจำนวนมาก ล่าสุดตำรวจเชิญตัวสาวทอมชื่อป๊อปปี้และน้ำฝนมาสอบปากคำ แต่ยังให้การปฏิเสธและถูกปล่อยตัวไป ส่วนญาติน้องแอ๋มให้ข้อมูลมีทอมอีกคนชื่อ “เบญ” มาติดพัน ผู้ตายด้วย ขณะที่ตำรวจได้เบาะแสพบ น้องแอ๋มขึ้นรถยนต์ซีอาร์-วี ก่อนหายตัวไป เชื่อคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 5 คน คาดเป็นคนในพื้นที่ ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 28 พ.ค. พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 กล่าวถึงการสืบสวนในคดีนี้ว่า เจ้าหน้าที่เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำแล้ว ทั้งสามีคนตาย รวมถึงสาวทอมที่มาติดพัน ทั้งสาวทอมชื่อป๊อปปี้และน้ำฝน แต่ทั้งหมดปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นอกจากนี้ยังประสานเตรียมเชิญสาวทอมอีกคนชื่อ “เบญ” ซึ่งอาศัยอยู่ที่จ.ชัยนาท มาสอบปากคำถึงความสัมพันธ์และรู้จักคนตายหรือไม่

ด้านพ.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์ คงสิริสมบัติ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.4 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมคนร้าย ซึ่งมีความคืบหน้ามาก โดยเฉพาะรถต้องสงสัยและเส้นทางที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ แต่เป็นข้อมูลในแนวทางการสืบสวนที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ พร้อมเก็บดีเอ็นเอคนใกล้ชิดที่ถูกสอบสวนไปก่อนหน้านี้ตรวจสอบด้วย อีกทั้งยังพบว่าคนร้ายแกะสลากราคาถังพลาสติกและถุงดำออก ทำให้ยากในการตรวจสอบถึงร้านที่ซื้อมา นอกจากนี้ยังลงพื้นที่ตรวจเช็กหอพักที่คนตายเคยเข้าออก เพื่อหาคราบเลือดหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติมด้วย

“พาหนะของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุไม่ชี้ชัดว่าเป็นรถอะไร แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นรถกระบะ เพราะการขนวัสดุที่เกี่ยวข้องในการ กระทำความผิดนั้น มีหลายชิ้นที่เป็นชิ้นใหญ่ๆ แต่ยังบอกไม่ได้ว่ารถกระบะรุ่นหรือยี่ห้อใด เพราะข้อมูลบางอย่างพูดมากก็กระทบการสืบสวน” พ.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์กล่าว

พ.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์กล่าวอีกว่า ยืนยัน เจ้าหน้าที่ทุกชุดเร่งสืบสวนกันเต็มที่ โดยยังแกะรอยโทรศัพท์มือถือของผู้ตายที่หายไป ซึ่งยังไม่มีการเปิดเครื่องใช้งานหลังเกิดเหตุ ทำให้รู้ว่าคนร้ายวางแผนอย่างรอบคอบและรัดกุมมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่าผ่านไปแล้ว 3 วันจะตั้งรางวัลนำจับคนร้ายหรือไม่ พ.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์ กล่าวว่า การสืบสวนยังไม่ถึงทางตัน แต่ข้อมูลบางอย่างเปิดเผยไม่ได้ เพราะจะกระทบการสืบสวนสอบสวน

คืบหน้า เด็ก ม.4 ถูกตีด้วยไม้หน้าสาม อาการยังโคม่า! ตร. รวบรุ่นพี่โหดแล้ว

คืบหน้า เด็ก ม.4 ถูกตีด้วยไม้หน้าสาม อาการยังโคม่า! ตร. รวบรุ่นพี่โหดแล้ว

Workpint TV

สนับสนุนเนื้อหา

15 พ.ค. 60 ความคืบหน้ากรณีเด็กนักเรียน ม.4  นายสิทธชัย อายุ 16 ปี ลูกเจ้าของกิจการขายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกและกล่องพัสดุ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนชื่อดังของอำเภอนาน้อย ที่ถูกรุ่นพี่ตีด้วยไม้หน้าสาม ด้วยเหตุไม่พอใจที่ไม่ให้ยืมกีตาร์ จนมีอาการสาหัส นอนไม่รู้สึกตัวเป็นเจ้าชายนิทรา  ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลน่าน อาการยังโคม่า ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา และอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

นายเทียน พ่อของเด็ก เป็นเจ้าของกิจการขายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกและกล่องพัสดุ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุและส่งลูกชายรักษาตัวยังโรงพยาบาลต่างๆ ลูกชายยังไม่มีอาการดีขึ้น ไม่รู้สึกตัว ซึ่งตนเองยังมีความหวัง รอปาฏิหาริย์ว่าจะช่วยทำให้ลูกฟื้นขึ้นมา ขณะที่ฝ่ายผู้ลงมือก่อเหตุก็ยังไม่มีการติดต่อกลับมา หรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน พ.ต.อ.สมชาย เป้าพาณิชย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน  เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ได้ทราบตัวผู้ลงมือกระทำแล้ว ซึ่งเป็นนักเรียนรุ่นพี่ อายุ 18 ปี ที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน

จากการสอบสวนรับสารภาพว่าทำไปด้วยอารมณ์ โกรธ  ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานทำการจับกุมดำเนินคดีในข้อหาพยายามฆ่า เนื่องจากอาวุธที่ใช้ซึ่งเป็นไม้หน้าสามขนาดใหญ่ รวมทั้งมีการวางแผน รอที่จะลงมือกระทำ อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาเข้าชี้จุดที่ลงมือเพื่อประกอบคำรับสารภาพ

“ปลัดแม่สะเรียง” ถูกเด้งฟ้าผ่า หลังแฉขบวนการค้าประเวณีแม่ฮ่องสอน

"ปลัดแม่สะเรียง" ถูกเด้งฟ้าผ่า หลังแฉขบวนการค้าประเวณีแม่ฮ่องสอน

PPTV

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนหรือเจ้าของธุรกิจรับจัดซื้อเครื่องปั๊มไดคัทจากญี่ปุ่น สั่งเด้ง ปลัดอำเภอแม่สะเรียง อ้างเพื่อป้องกันอันตรายหลังพบมีความขัดแย้งในพื้นที่หลังออกมาแฉขบวนการค้าประเวณี

(9 พ.ค.) จากกรณีคดีค้าประเวณีในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งตรวจสอบพบมีข้าราชการจำนวนไม่น้อยเข้าไปเกี่ยวข้อง ล่าสุดมีคำสั่งด่วนที่สุดจากผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่ง ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง และแม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งระบุว่า ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง มีกลุ่มบุคคลหลายกลุ่มมีความเห็นขัดแย้งกับ นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง ซึ่งถือว่าเสี่ยงต่อการเกิดเหตุประทุษร้ายนายบุญญฤทธิ์

จึงมีคำสั่งให้นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ) ที่ทำการปกครองอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ไปช่วยราชการกลุ่มงานปกครอง ที่ทำการปกครองจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.60 เป็นต้นไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงมากยิ่งขึ้นและเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ให้อยู่ในกำกับดูแลของ พ.อ.สมเจตตะณ์ ภักดีบรรณดิษฐ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน

สำหรับนายบุญญฤทธิ์ ถือเป็นหนึ่งในผู้ที่เดินหน้ายื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนถูกพาดพิงว่าเคยซื้อบริการ ร่วมถือเป็นผู้ที่ไปยื่นหนังสือถึงกรมสิบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้รับคดีค้าประเวณี-ค้ามนุษย์ ในจ.แม่ฮ่องสอนเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมองว่าเป็นคดีที่มีข้าราชการเกี่ยวข้องจำนวนมาก

หนุ่มชกหน้าสาว ยอมขอโทษผู้เสียหาย-ทำขวัญ ปัดอ้างเป็นลูกสารวัตรนามสกุลดัง

ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีมีคลิปจากกล้องวงจรปิดเผยแพร่ในโลกโซเชี่ยล นาทีหนุ่มทะเลาะวิวาทสาวและถึงขั้นชกใส่ ที่เกิดเหตุภายในร้านโจ๊กแถวร้านขายซองขยายข้าง ซองเอกสารขยายข้างเกรดเอ หลังเข้าไปขอเบอร์โทรจากหญิงสาวแล้วถูกต่อว่านั้น

 ความคืบหน้าเมื่อเวลา 22.00 . วันที่ 7 พ.ค. ที่สภ.บ่อผุด .เกาะสมุย .สุราษฎร์ธานี ...ตุลา สว่างรัตน์ รองสารวัตร(สอบสวน) เชิญตัวน..ฝน (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย และนำตัวนายธนชัย อุณศิริ หรือปืน ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทภายในร้านโจ๊ก .2 .บ่อผุด มาสอบปากคำ

นายธนชัยกล่าวว่า ตอนนั้นในร้าน มีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งอยากได้เบอร์ของผู้หญิงคนนี้ แต่ไม่กล้าไปขอเบอร์ จึงได้ให้ตนช่วยไปขอเบอร์โทรจากผู้หญิงคนนี้หน่อย สำหรับตนมีแฟนอยู่แล้ว ไม่ได้อยากจะไปขอเบอร์โทรผู้หญิงคนนี้ เมื่อผู้หญิงคนนี้ไม่พอใจ ตนจึงจะกลับมานั่งที่โต๊ะ แต่เมื่ออีกฝ่ายด่าบุพการี จึงเกิดบันดาลโทสะขึ้นมา

 “ผมก็อยากจะขอโทษผ่านสื่อว่าในสิ่งที่ผมทำลงไปมาจากอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งผมก็ไม่ได้รู้จึกผู้หญิงคนนี้และไม่ได้อยากให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ อยากให้สังคมให้อภัยในสิ่งที่ผมทำ และขอโทษที่ผมเป็นคนอารมร์ร้อน

 ส่วนเรื่องที่พูดกันว่ามีการไปอ้างว่าเป็นลูกของสารวัตร และมีนามสกุลดังของคนเกาะสมุย ไม่เป็นความจริง ผมเป็นแค่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่เกาะสมุย

ด้านผู้เสียหายกล่าวว่า หลังเกิดเหตุ จึงมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน และไปตรวจร่างกายทีโรงพยาบาล เนื่องจากรู้สึกมึนหัวจากการถูกชกที่ใบหน้า และมีบาดแผลจากแก้วบาดที่บริเวณใบหูด้านขวา

ตนเองก็ยังรู้สึกตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากได้พบกับคู่กรณีและได้พูดคุยกัน ก็ยอมอโหสิกรรมให้ และไม่ติดใจเอาความต่อกันอีก พร้อมกับลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

เบื้องต้น ...ตุลา สว่างรัตน์ รองสารวัตร(สอบสวน) ให้คู่กรณีตกลงกัน ได้ขอสรุปว่านายธนชัย อุณศิริยอมรับผิดพร้อมกับขอโทษผู้เสียหาย และมอบเงินเป็นค่าทำขวัญ 1 หมื่นบาท ส่วนผู้เสียหายก็ไม่ติดใจและยอมยกโทษให้เลิกแล้วต่อกัน จึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากับนายธนชัย อุณศิริ ในข้อกล่าวหา ก่อเหตุทะเลาะวิวาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ช็อก! ร้านสเต็กระเบิดตูมสนั่นที่ระยอง ไฟคลอก 6 พนง.-ตึกพัง ลูกค้าหนีตายอลหม่าน

เวลา 09.00 น.วันที่ 28 เม.ย. ร.ต.อ.ทองดาว โคตรหลักคำ ร้อยเวรสภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ร้านโวยวาย สเต็ก เฮ้าส์ เลขที่ 74/104 ตรงข้ามร้านขายกล่องพัสดุ กล่องไปรษณีย์ราคาถูก หลังห้างสรรพสินค้าแหลมทอง ถ.ราชชุมพล ต.เนินพระ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการระเบิดหลายราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานแพทย์เวรรพ.ระยอง หน่วยกู้ภัยสว่างพรกุศลเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

ที่เกิดเหตุพบมีรถจอดติดกันเป็นแถวยาวและมีชาวบ้านจำนวนมากกำลังยืนมุงกันอยู่หน้าที่เกิดเหตุ จึงเข้าไปตรวจสอบทันที ซึ่งเป็นอาคารพานิชย์ 3 ชั้น เปิดเป็นร้านขายสเต็กชื่อร้านโวยวาย สเต็กเฮ้าส์ พบเศษกระจกกระเบื้องแตกกระจายเกลื่อนพื้น และมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 6 ราย เป็นชาย 1 คน และผู้หญิง 5 คน เป็นพนักงานของร้านโวยวายสเต็กเฮ้าส์

ทั้งหมดซึ่งถูกไฟคลอกบริเวณลำตัว จึงรีบส่งทั้งหมดไปรักษาตัวที่ รพ.ระยอง 4ราย ชาย 1 คน หญิง 3 คน อาการถูกไฟลวกตามร่างกาย ที่รพ.รวมแพทย์ 1 ราย และที่รพ.ศรีระยอง 1 ราย มีรายชื่อดังนี้นายจันทร์ อาย 35 ปี นางเดือน อายุ 38 ปี และ ด.ญ.เหมยเรียง อายุ 12 ปี ทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชา ส่วนที่เหลือเป็นชาวไทยคือ น.ส.ลำใย พานสุวรรณ อายุ 49 ปี น.ส.จารุภรณ์ สาลีผล อายุ 23 ปี และน.ส.มีนระวรรณ จันคำ อายุ 34 ปี ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกตามร่างกายยังคงพักรักษาตัวอยูในโรงพยาบาล

ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบตัวอาคารถูกแรงระเบิดจนพังเสียหายทั้งหมด โดยเฉพาะกระจกและหลังคา และยังพบว่าตัวอาคารได้ยุบตัวจากแรงระเบิด จากการตรวจสอบพบว่าจุดที่เป็นต้นเหตุของการระเบิดอยู่บริเวณห้องครัวชั้นล่าง มองจากด้านบนลงไปพบข้างของเครื่องใช้พังยับ และพื้นคอนกรีตถล่มลงมาทั้งหมด เบื้องต้ยังไม่สามารถประเมินค่าเสียหายได้ เจ้าหน้าที่จึงกันรอบบริเวณตัวตึกไว้ทั้งหมดไม่ให้เข้าใกล้เกรงตึกจะถล่มลงมา ส่วนรอบๆอาคารยังกระทบไปยังตัวอาคารที่อยู่ติดกันด้วย แต่เสียหายเพียงเล็กน้อย

จากการสอบถาม น.ส.ปภัชญา ธีรภาพพิพัฒน์ เจ้าของร้าน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุพนักงานห้องครัวกำลังเตรียมอบหมูกรอบอยู่ภายในห้องครัวชั้นใต้ดินที่เกิดเหตุ แต่จู่ๆก็ต้องสะดุ้งสุดขีดเพราะเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นสะเทือนไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเศษกระจกและเศษวัสดุพุ่งกระจายทั่วบริเวณ แล้วก็ได้ยินเสียงร้องของพนักงานที่อยู่ในห้องครัวด้านล่าง วิ่งออกมาพร้อมกับไฟลุกติดตามตัว จึงรีบช่วยกันดับไฟและพากันวิ่งออกมาจากตัวตึก รวมถึงลูกค้าด้วย ก่อนที่จะช่วยกันนำตัวส่งรพ.ทันที

ต่อมานายสมศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.ระยอง พล.ต.ต.ไตรศูลย์ เนียมทรัพย์ ผบก.ภ.จว.ระยอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นได้มีการสั่งปิดบริเวณรอบที่เกิดเหตุ และส่งเจ้าหน้าที่เข้าพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นน่าจะเกิดจากการระเบิดของก๊าซหุงต้มที่รั่วไหลออกมาในห้องครัวที่ถูกปิดอย่างมิดชิด จึงเกิดแรงอัดจนทำให้เกิดแรงระเบิดอย่างรุนแรง สร้างความเสียหายและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด เตรียมส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสาเหตุอย่างแน่ชัดว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่ เพื่อจะได้มีการดำเนินคดีต่อไป เพราะเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและทำให้ทรัพย์สินของบ้านใกล้เรือนเคียงได้รับความเสียหาย จึงต้องรอผลการตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้งจึงจะสรุปได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด และมูลค่าความเสียหาย พร้อมทั้งสั่งปิดไปก่อนโดยไม่มีกำหนด

พบศพน้องรันถูกฆ่าฝังดิน พ่อร่ำไห้ตัดพ้อ “ฆ่าลูกผมทำไม”

พบศพน้องรันถูกฆ่าฝังดิน พ่อร่ำไห้ตัดพ้อ "ฆ่าลูกผมทำไม"

จากกรณีที่ นางบัวลี ชาวบ้าน หมู่ที่ 2 บ้านท่าแก ต.ลุ่มลำชี อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยญาติๆ และเพื่อนบ้าน ออกตามหา นายนิรันดร์ อายุ 24 ปี ลูกชายที่หายตัวไปอย่างลึกลับและมีเงื่อนงำ ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้เป็นเวลา 18 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (26 เม.ย.) ได้เดินทางมาดูการขุดค้นที่ชาวบ้านแจ้งว่าพบหลุมดินใหม่ ที่มีลักษณะคล้ายขุดฝังอะไรบางอย่าง ที่บริเวณแปลงปลูกป่ายูคาลิปตัสท้ายวัดโสกตลับอยู่ติดโรงงานผลิตซองขยายข้าง ซองเอกสารขยายข้างราคาถูก บ้านโสกตลับ ตำบลโคกสูง อำเภอเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

เจ้าหน้าที่ช่วยกันขุดดินขึ้นมาเพียงไม่ถึง 3 นาที ก็พบหลักฐานหลายอย่าง เช่นรูปถ่ายนายนิรันดร์ เอกสารวุฒิบัตรที่ทางสถานศึกษาออกให้ อุปกรณ์ด้านอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ต่อพ่วงโทรศัพท์ และคอมพิวเตอร์ เสื้อผ้า มีดปลายแหลม ทั้งหมดถูกเผาเป็นบางส่วนวางทับซากมนุษย์ ที่อยู่ในสภาพร่างกายเปลือยเน่า ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

หลังพ่อแม่และญาติเดินทางมาถึงต่างร่ำไห้ปานจะขาดใจ เพราะมั่นใจว่าเป็นลูกชายตัวเองอย่างแน่นอน โดยเฉพาะพ่อของนายนิรันดร์ ถึงกับทรุดลงกับพื้นดิน ตัดพ้อต่อว่าฆาตกรที่ทำร้ายลูกชายว่า “ฆ่าลูกผมทำไม ลูกผมเป็นคนดีคนเก่ง นิสัยดี” จากนั้นก็ใช้มือคุ้ยเขี่ยตามพื้นดินพร้อมร้องไห้ตลอดเวลา ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่มาร่วมให้กำลังใจจำนวนมาก อย่างน่าเวทนา

 ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตามคดีนี่มาโดยตลอดและอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าตั้งแต่วันเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางแผน และติดตามสืบสวนมาอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าเบาะแสที่จะนำไปสู่การฆาตกรรมครั้งนี้ ในส่วนของโครงกระดูกและเอกสารที่พบ ก็จะนำไปทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าเป็นศพของนายนิรันดร์จริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ทีมงานค้นหายังสามารถตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง อำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา พบว่าเมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา นายนิรันดร์พร้อมกับเพื่อนชายที่สวมเสื้อสีส้ม ได้เดินทางมาเข้าพักตั้งแต่ช่วงเย็น

โดยเพื่อนชายมีท่าทางมีพิรุธ พยายามหลบหน้าพนักงานของโรงแรม จนช่วงดึกของคืนวันเดียวกันทั้งคู่ก็ได้กลับออกมาที่รถยนต์ของนายนิรันดร์ แล้วขับออกไป โดยมีนายนิรันดร์ทำหน้าที่เป็นคนขับ